<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-35254362</id><updated>2011-09-02T00:04:34.341+07:00</updated><title type='text'>1554                                        Better  late  than  never.</title><subtitle type='html'>บนทางฝัน  แน่นอนว่าอุปสรรคจะต้องเวียนเข้ามาทักทาย  

เม่นน้อยในอ้อมแขนพร้อมสลัดขนแหลมทำร้าย ...  ถ้าเลือกจะทำแล้ว  อดทนเท่านั้น</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://plyfon.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://plyfon.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>keerati</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17568021238578515354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>38</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35254362.post-116758039779730469</id><published>2006-12-31T22:50:00.000+07:00</published><updated>2006-12-31T22:53:17.813+07:00</updated><title type='text'>สงบสุขในความฝัน</title><content type='html'>สิ้นเสียงนาฬิกาสั่นบอกเวลาสุดท้ายของศักราชปัจจุบัน อีกลมหายใจข้างหน้า จะมอบให้แก่ปีถัดไป ....ลมหายใจของผู้มีชีวิตรอด มันช่างน่าพิสมัยและเป็นที่ปรารถนาของผู้คนในเวลานี้  ในฐานะที่จะได้มีโอกาสรับรู้ความเป็นไปของสังคมที่ไม่มีวันล่วงรู้ได้เลยว่า ระเบิดจุดต่อไปจะเกิดขึ้นที่ได้  มีเพียงใจที่เฝ้ารอเท่านั้นว่า คงจะไม่ใช่ตนที่จะไดรับรู้ด้วยตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีความแตกต่างกันระหว่างอุบัติเหตุ กับก่อเหตุการณ์ร้าย ต่างกันตรงที่ความตั้งใจ และความบังเอิญ ความหวาดกลัวของผู้คนที่เกิดขึ้นกับเหตุการณ์ที่เป็นอุบัติเหตุ จะส่งผลให้พวกเขาเหล่านั้น ระแวดระวังภัย มีสติ และดำรงชีวิตด้วยความไม่ประมาท แต่ในเมื่อเสียงดังในวันนี้ ไม่ใช่เสียงพลุแห่งงานฉลอง แต่เป็นเสียงระเบิดที่คร่าชีวิตผู้คน ใครกันจะทันล่วงรู้ ว่านี่คือการก่อการร้าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน เพื่อนของข้าพเจ้าคนหนึ่ง ปรารภให้ฟังถึงเหตุการณ์ไม่สงบในจังหวัดของเขา เขาเอ่ยขึ้นว่า&lt;br /&gt;“อยู่ที่กรุงเทพฯสบายกว่าเยอะ”&lt;br /&gt;เพื่อนของข้าพเจ้าพูดถูก ที่นี่มีกำลังรักษาความปลอดภัยอย่างเต็มที่ แต่..มันไม่ได้ทันท่วงทีทุกครั้งหรอกเพื่อน เราต่างใช้ชีวิตในกองเพลิงสงครามเท่ากัน   นายจำไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อีก 6 ชั่วโมง จะสิ้นปี พ.ศ.2549.เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ข้าพเจ้าไม่ใคร่แน่ใจนักว่า ใครเป็นผู้กระทำ เพราะศัตรูทางความคิดในปัจจุบันมีมากมายเหลือเกิน แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจน คือการทำลายบรรยากาศ และขวัญของผู้คน ที่จะเริ่มจดจำไปตลอดปีใหม่ที่กำลังจะเดินทางเข้ามา ความตายเข้ามามีบทบาทและเขย่าท่าทีของผู้นำประเทศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7 จุดที่ได้รับรายงานว่ามีระเบิดไม่ทราบชนิดกำลังไหลออกจากปากผู้สื่อข่าวช่องต่างๆ ไม่นานจากนั้น รายชื่อของผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ทยอยรายงานเข้ามาเป็นระยะ ข้าพเจ้าฟังรายชื่อแล้วให้ถอนหายใจ ที่รายชื่อเหล่านั้นไม่ใช่ญาติพี่น้อง หรือคนรู้จัก แต่ที่น่าอนาถใจยิ่งกว่า คือหนึ่งในนั้นคือเด็กน้อย อายุ 10 ขวบได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิด เธอคือเหยื่อความโหดเหี้ยม ในคืนที่ทุกคนต่างพร้อมมอบความสุขให้กัน และยินดีเริ่มต้นกันใหม่ คืนส่งท้ายปีเก่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จุดที่ 1 เกิดระเบิดย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ&lt;br /&gt;จุดที่ 2 หน้าตลาดคลองเตย&lt;br /&gt;จุดที่ 3 ใกล้แยกสะพานควาย&lt;br /&gt;จุดที่ 4 ซอยสุขุมวิท62&lt;br /&gt;จุดที่ 5 บริเวณห้างซีคอนสแคว์&lt;br /&gt;จุดที่ 6 ระเบิดที่ย่านเยาวราช&lt;br /&gt;จุดที่ 7 แมคโคร แจ้งวัฒนะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หวังว่า จุดต่อไป จะคือจุดจบของผู้ก่อการร้าย..ฉันภาวนา.&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35254362-116758039779730469?l=plyfon.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://plyfon.blogspot.com/feeds/116758039779730469/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35254362&amp;postID=116758039779730469&amp;isPopup=true' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116758039779730469'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116758039779730469'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://plyfon.blogspot.com/2006/12/blog-post_31.html' title='สงบสุขในความฝัน'/><author><name>keerati</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17568021238578515354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35254362.post-116654837154235288</id><published>2006-12-20T00:05:00.000+07:00</published><updated>2006-12-20T00:12:51.563+07:00</updated><title type='text'>แดดลวง</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;วันอาทิตย์สุดท้ายก่อนวันปีใหม่ ครอบครัวของนางสมัยดูจะเคร่งเครียดกว่าทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ เสียงเอ็ดตะโรดังลั่นมาจากปลายซอย ไม่ช้านักข้าวของอย่างหม้อ ครก และเครื่องใช้ไม้สอยอื่นๆ ก็ระเกะระกะอยู่นอกบ้าน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;บ้านไม้สองชั้นที่สร้างขึ้นมาอย่างง่ายๆ บัดนี้ไม่เหลือเค้าของความอบอุ่นอื่นใดอีก นอกจากความร้อนระอุ ที่คู่ผัวเมียสุมใส่กันไม่หยุดหย่อน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เสียงร้องไห้ของเด็กหญิงนวลตอง ไม่ช่วยให้สถานการณ์นั้นดีขึ้น“จะร้องทำไม หะ อีนวล” ชายคนหนึ่งกระแทกเสียงพร้อมกับกระหน่ำตีที่หลังและขา เด็กหญิงนั่งร้องไห้ไม่ลุกหนี ในมือยังกอดตุ๊กตาหมีขนปุยสีน้ำตาลผูกโบว์ลายทางสีแดงแนบอก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;“อย่ามาลงกับลูกสิพี่” นางสมัยกระชากแขนชายผู้เป็นสามี ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น ร่างของนางสมัยก็พับเพียบกองอยู่กับพื้นรองรับแรงโกรธของสามีด้วยการกระหน่ำตีไม่แพ้กัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;สองแม่ลูกโผเข้ากอดกัน เนื้อตัวสั่น สงครามครั้งนี้ ตุ๊กตาหมีจบชีวิตลง นุ่นกองกระจายออกรวมกับกองขยะที่ชายผู้เป็นพ่อสะบัดกำลังโถมทำลาย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เขาจากไปแล้ว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;“แม่ หนูกลัว” นวลตองสะอื้นไม่หยุด สำหรับเด็กอายุ 7 ขวบ นี่ไม่ใช่ฝันร้ายของเธอ ภาพต่างๆจะถูกบันทึกในส่วนหนึ่งของจิตใจ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;นางสมัยปลอบโยน ลูบผิวตามเนื้อตัว แขนขา นางเปิดเสื้อยืดของลูกสาว เห็นรอยฝ่ามือและจ้ำหยิกสีแดงมีเลือดซิบ น้ำตาของแม่พรั่งพรู เธอไม่น่าเลือกเขาเป็นพ่อใหม่ให้นวลตองเลย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt; “อย่าร้องนะลูกนะ เพี้ยงหายนะลูก” นางสมัยลูบเรือนผมบางๆของลูกสาว ย้ำคำให้ลูกใจชื้น บรรจงเป่าที่รอยแผล ไอร้อนๆจากปากของนางสมัย สร้างความอบอุ่นให้นวลตองมากขึ้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;นวลตองหลับไปในเย็นนั้น ในมือยังคงกอดซากตุ๊กตาหมี นางสมัยเก็บข้าวของที่กระจัดกระจายไปทั่ว พี่ชายที่เพิ่งกลับบ้านเข้ามาถามไถ่ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;“ผัวเอ็งเอาอีกแล้วรึ มันเมาทีไรเป็นอย่างนี้ทุกทีซิน่า ตอนดีๆข้าก็เห็นมันเงียบๆ ไม่มีอะไร แล้วนังตองเป็นไงบ้าง มันร้องไห้โฮเลยสิ” นายสำเริงยืนเท้าเอวหน้าบ้าน ในมือยังถือมีดดายหญ้า เครื่องมือที่ไปรับจ้างมาตั้งแต่เช้ามืด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;นางสมัยไม่เอ่ยตอบอะไร เรื่องมันล่วงเลยไปไกลเกินกว่าจะแก้ไขได้โดยง่าย หนทางที่จะอยู่รอดคืออดทน อดทนเพื่อลูกสาวคนเดียว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;“แม่จ๋า ทำไมพ่อถึงเกลียดหนู” สายตาของนวลตองไม่ได้บ่งบอกว่าอยากรู้มากนัก เพียงแต่สับสนกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่พ่อเมาอยู่บ้านในวันอาทิตย์ จะต้องหาเรื่องโวยวสยอยู่เสมอ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;อีกไม่กี่วันจะถึงวันปีใหม่แล้ว นวลตองเขียนคำขอของขวัญไว้ในสมุดเล็กๆที่ทางโรงเรียนให้ทำ“ขอให้พ่อเลิกตีหนู”&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;นางสมัยได้แต่ร้องไห้เมื่อลูกสาวตั้งคำถามเช่นนี้ นางไม่กล้าเอ่ยความจริงว่า นวลตองเป็นลูกที่เกิดจากการถูกข่มขืนจากชายแปลกหน้าที่เข้ามารุมทำร้ายเธอ พ่อที่แท้ของนวลตองคือใคร นางสมัยไม่กล้าคาดนึก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ในวันปีใหม่ ไม่มีเงาของสามีนางสมัย นางแน่ใจแล้วว่า คงถูกตัดขาด เพราะรู้ข่าวมาว่า เขาไปติดพันแม่ค้าขายดอกไม้แถวปากคลองตลาด ลึกๆนางดีใจที่รอดพ้นจากความรักที่ลวงหลอกมาเป็นเวลานาน กับข้อพิสูจนในคำที่แสนเจ็บปวด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;“พี่จะรับเป็นพ่อให้ลูกในท้องเอง”&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;นางสมัยมักจะนั่งเหม่อที่บันไดบ้าน หลังจากปอกสายบัวเป็นเส้นสายขาวอวบรอท่าหั่นแล้วล้างมัดใส่ถุง นวลตองเป็นเรี่ยวแรงสำคัญนับจากนั้น นอกจากกำลังใจแล้ว นางสมัยยังต้องการกำลังกาย เธอเพลียอ่อนเรื่อยมาด้วยอาการปวดหัวเข่าที่เริ่มกำเริบอีกครั้งหลังจากเมื่อ 7 ปีก่อนที่เธอถูกฟาดที่ขาอย่างหนักในคืนที่ต่ำทรามที่สุดของชีวิตลูกผู้หญิง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;“แม่จ๋า นี่ไงตุ๊กตาของหนู” นวลตองนั่งมัดหัวตุ๊กตาหมีที่ขาดวิ่นด้วยหนังยาง กลายเป็นหัวหมีที่มีปุ่มปมมากมาย นางสมัยอดขำไม่ได้ที่มองเห็นความพยายามของลูก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;“มานี่ลูกมา ไปหยิบกล่องเข็ม เดี๋ยวแม่จะเย็บให้ใหม่” นางสมัยหยิบตุ๊กตาหมีขึ้นมาดู ตุ๊กตาที่ชายคนรักเคยซื้อให้นวลตองเมื่อ 3 ปีก่อน ไม่ช้า นวลตองหยิบกล่องเข็มมาให้ พร้อมกับนั่งมองตาแป๋วด้วยใจจดจ่อ เพราะนี่คือตุ๊กตาเพียงตัวเดียวที่นวลตองมี เธอกอดมันไว้ทุกคืน เป็นของเล่นเพียงชิ้นเดียวที่นวลตองมีอยู่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ด้ายสีขาวไม่เข้ากับขนปุยสีนำตาล นวลตองยินดีไม่เกี่ยงงอนที่ด้ายคนละสีทำให้ตุ๊กตาของเธอดูแปลกตาไป เพียงให้หัว ตัว แขนและขาติดกันให้คล้ายสภาพเดิมที่สุดเป็นพอ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;วันเสาร์สิ้นปี&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;“อ้าวนังหมัย วันนี้มาส่งเองรึ ผัวไปไหนล่ะ” ยายดมทักปากแดง น้ำหมากไหลย้อยด้วยแกไม่มีฟันเหมือนสาวๆ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;“ไม่รู้จ๊ะป้า ไปหาพ่อหาแม่มั้ง” นางสมัยชั่งสายบัวบนกิโลให้ยายดมมอง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;“เออ...ผัวไปไหนทั้งคนไม่รู้ ระวังเถอะ ลูกมันจะจำหน้าพ่อมันไม่ได้” ยายดมถุยน้ำหมากลงบนพื้น สะเก็ดน้ำหมากกระเด็นมาถูกเท้าของนวลตองเห็นเป็นหยดสีแดงคล้ายเลือด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;“10 กิโลนะจ๊ะป้า ขอบใจจ๊ะ” นางสมัยตัดบทแล้วจูงมือนวลตองออกจากตลาด ตรงลิ่วไปยังร้านขายโจ๊กที่ท่าน้ำ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;“กินผักด้วยสิลูก ขิงนี่กินแล้วไล่พยาธินะ” สองแม่ลูกกินโจ๊กชามเดียวกัน วันนี้เธอสั่งพิเศษ ใส่ไข่ลงไปด้วย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;“พ่อ”นวลตองเรียกพ่อเสียงลั่น ในปากยังมีโจ๊กอยู่เต็ม นางสมัยหันหน้าไปทางที่ลูกมอง เธอเห็นชายคนนั้น กำลังเรียงดอกกล้วยไม้ที่กำรวมกับใบเตยในกระป๋องพลาสติก ที่ร้านติดป้ายไว้ “วันนี้วันพระ”&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;นายชิตหันหน้ามาหา แล้วเดินมายังร้านขายโจ๊ก “มาตั้งแต่เมื่อไหร่ หมัย มาส่งสายบัวรึ” นายชิตขมวดคิ้วเมื่อไม่ได้รับคำตอบใดๆจากคู่สนทนา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;“วันสองวันจะไปเก็บของ ...เราอยู่ด้วยกันไม่ได้หรอก ให้หลังปีใหม่ไปก่อน เก็บของให้ด้วยแล้วกัน เอาที่จำเป็น อันไหนไม่เอาก็เผาไฟไป ไม่อยากหอบกลับมามาก เลือกๆให้แล้วกัน” นายชิตหันหลังไม่มีเยื่อใย นวลตองมองตามเห็นพ่อกำลังพูดคุยกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ร้านขายดอกไม้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;“แม่ พ่อเขาไม่อยากอยู่กับเราแล้วหรือ” เด็กหญิงเอ่ยถามเบาๆ เพียงเท่านั้นก็เพียงพอให้น้ำตาของนางสมัยไหลหยดเป็นสายนางสมัยนึกถึงเรื่องราวครั้งเก่า กับความหวังมากมายที่เกิดขึ้นหลังจากวันที่เธอถูกทำร้าย ชายคนรักไม่รังเกียจที่จะมอบอนาคตใหม่ให้กับเธอ และลูกในท้องที่เกิดจากความเลวร้ายของจิตใจคน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;“ถึงอย่างไรพี่ก็รัก สมัย..นี่ไม่ใช่ความผิดของเธอเลย ลูกในท้องพี่จะรับเป็นพ่อเองไม่ต้องกังวลไปนะ ทำใจให้สบาย เราจะมีครอบครัวด้วยกัน” นายชิตขอนางสมัยอยู่กินเมื่อรู้ข่าวว่าเธอตั้งท้องได้เดือนเศษ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ตะวันที่ขึ้นมาในตอนเช้าเคยเป็นความหวังให้กับเธอ และกล้าไม้นานาในร่องสวน นางสมัยมักอมยิ้มเมื่อเห็นชายคนรักดายหญ้าในสวน มีเธอทำกับข้าวรออยู่ที่บ้าน ท้องแก่ของเธอทำให้เธออุ้ยอ้าย เธอก็เต็มใจปรนนิบัติ เพื่อตอบแทนความรัก และความหวังที่ผู้ชายคนหนึ่งมองให้อย่างหมดใจ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ไม่เพียงทำให้ต้นไม้เติบใหญ่ ความร้อนกล้าของแสงแดด ดูเหมือนจะกร่อนทำลาย ช่วงชีวิตของเธอ ไม่นาน อุดมการณ์ก็แพ้ความรู้สึกที่แท้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;นายชิตไม่ใช่ผู้ชายคนก่อน เขาเหมือนคนแปลกหน้าที่นางสมัยตั้งคำถามทุกครั้ง ว่ามันเกิดอะไรขึ้น นับจากวันที่นวลตองเกิดขึ้นมา นายชิตไม่เคยแสดงความรักดังเช่นเคย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เธออยากให้แดดเมื่อปีก่อนเป็นเพียงหลอดไฟเก่าๆ ไม่สว่าง ไม่ชัดเจน เพื่อเธอจะได้แสวงหาความสุขจากความมืดมนไม่ชัดเจนบ้าง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;“แม่จ๋า ของขวัญวันปีใหม่จ๊ะ” นวลตองส่งกล่องของขวัญมาให้ ในนั้นเป็นเทียนไขสีเหลือง ตราช้างคู่ “เอาไว้ใช้ตอนไฟดับไงจ๊ะแม่”&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;นางสมัยสวมกอดลูกสาว เธอสับสนในความรักและความชัง ครั้งหนึ่งเธอเคยเกลียดก้อนเนื้อก้อนนี้ ทว่าตอนนี้กลับกลายเป็นพลังความหวังของเธอเหลือเกิน.&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35254362-116654837154235288?l=plyfon.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://plyfon.blogspot.com/feeds/116654837154235288/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35254362&amp;postID=116654837154235288&amp;isPopup=true' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116654837154235288'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116654837154235288'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://plyfon.blogspot.com/2006/12/blog-post_20.html' title='แดดลวง'/><author><name>keerati</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17568021238578515354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35254362.post-116637948702769080</id><published>2006-12-18T01:08:00.000+07:00</published><updated>2006-12-18T01:18:07.040+07:00</updated><title type='text'>เมื่อฤดูหนาวมาถึง</title><content type='html'>&lt;a href="http://photos1.blogger.com/x/blogger/2848/3919/1600/697506/003.jpg"&gt;&lt;img style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://photos1.blogger.com/x/blogger/2848/3919/320/516821/003.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;1.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ที่บ้านของฉันมีเพิงไม้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ลมฝนเมื่อวันก่อนทำหลังคาพังยับ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เมื่อคืนฉันมองเห็นจันทร์สวย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ดึกหน่อยลมโกรก ฉันหนาว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;2.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แม่บอกกับฉัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เป็นผู้นำต้องกล้าหาญ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ฉันอยากเติบใหญ่เป็นผู้นำ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ที่มีความพอเพียง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;3.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ฉันออกเดินทาง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เพื่อเสาะหา..และเรียนรู้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;หนทางที่ทำให้คืนนี้บ้านของฉัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;อบอุ่นให้แม่ไม่หนาวสั่น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;4.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;นั่นไงทางมะพร้าว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ช่างใหญ่ยาวเสียจริง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แม่คงภูมิใจเจ้าลูกอย่างฉัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ตะวันยังไม่คล้อยฉันจะลากมันกลับบ้าน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;5.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ท่านผู้นำ..ท่านผู้นำ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ฉันคิด คำนี้ช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ฉันใช้เรี่ยวแรงทั้งหมด โถมเข้าใส่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เพื่อบ้านของเรา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;6.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ค่ำคืนแสนหนาวหลังฝนซา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;จะมีกี่บ้านกันหนาเข้าถึงลิ้มรสนั้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ความหนาวที่รั้งดึงให้ผิวกาย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ระริกรัวสะอื้นสะอึก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;7.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ฮุยเล่ฮุย..เอ้า..ฮุยเล่ฮุย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ตะวันจวนค่ำแม่ฉันร้องหา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เดี๋ยวนะแม่จ๋า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เป็นผู้นำต้องอดทน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;8.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เสียงระงมดังลั่น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เสียงแม่ดังสั่นหัวใจลูกเหลือแสน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ความหนาวดอกหรือ ฉันละทิ้งทางมะพร้าว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ก้าวต่อก้าวไม่รอรี..........................แม่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;9.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เอ้งอ๋างดังสักครู่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;นาทีนี้ฉันหนาวยิ่งกว่าหนาว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แม่หลับบนถุงกระสอบ..แม่คงอุ่นดีแล้ว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เพียงพริบตา เขาทั้งหมดก็จากไป&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;10.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เพิงหมาแหงน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;คืนนี้มีดาวระยิบ ฉันนอนหนาว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เนื้อตัวสั่นคืนนี้ไม่มีแม่ให้เคียงเกยเบียดกายอุ่น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;สักวันแม่จะกลับมาไหม อยากให้แม่เห็นบ้านใหม่ของเราจัง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35254362-116637948702769080?l=plyfon.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://plyfon.blogspot.com/feeds/116637948702769080/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35254362&amp;postID=116637948702769080&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116637948702769080'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116637948702769080'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://plyfon.blogspot.com/2006/12/blog-post_18.html' title='เมื่อฤดูหนาวมาถึง'/><author><name>keerati</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17568021238578515354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35254362.post-116610397224581654</id><published>2006-12-14T20:33:00.000+07:00</published><updated>2006-12-14T20:56:29.780+07:00</updated><title type='text'>ความสุขอย่างหนึ่ง</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในสภาพแวดล้อมที่บ่มสอนให้เห็นแก่ตัว แย่งชิง และเอาตัวรอด ในสังคมที่มีแต่ความเร่งรีบ และนาฬิกา มีค่ามากกว่าผิวที่สัมผัสรับรู้ความเข้มอ่อนของแสงตะวัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยังมีพื้นที่เล็กๆที่ นวลตอง รู้สึกว่า นาฬิกาไม่มีค่าความหมายอันใดเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นวลตองเป็นหญิงสาวร่างเล็ก เธอมีความหวังที่จะมีครอบครัวของตัวเองตามแบบความคิดของเด็กสาวทั่วไป ไม่ง่ายอย่างนั้น นวลตองมีภาระหน้าที่หลากหลาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอทำงานบริษัทในตำแหน่งเสมียน พิมพ์จดหมายและยังพ่วงหน้าที่ธุรการอีกนอกจากนี้งานพิเศษของเธอคือ เป็นพนักงานต้อนรับให้กับโรงแรมจิ้งหรีดแถวบ้านหลังเลิกงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกวัน..ใบหน้าของนวลตองมีแต่รอยยิ้ม เธอยิ้มให้เพื่อนร่วมงานและลูกค้าทุกคน ไม่ว่าจะเป็นชาวไทย หรือชาวต่างชาติ รอยยิ้มของเธอทำให้เป็นที่รู้จัก ฟันที่หลุดหลอ สร้างอารมณ์ขันให้ผู้พบเห็น ไม่มีใครใส่ใจหรอกว่า หญิงสาวคนนี้ จะมีฟันครบทุกซี่หรือไม่ ไม่มีใครสนใจกันมากขนาดนั้น เพียงแค่ต่างคนต่างทำในหน้าที่ของตนเอง เท่านั้นก็พอแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“วันนี้หน้าแกหมองๆ นะตอง เมื่อคืนอยู่ดึกรึ” เจ้เฮี้ยงร่างตุ๊ต๊ะ ขยับร่างไปมาขณะยกแก้วซดกาแฟเสียงดังลั่น“ก็ช่วงนี้คนมาเที่ยวกันเยอะ มันจะปีใหม่แล้วงานหนักหน่อยนะจ๊ะ กลับบ้านไป ก็ไปทำงานบ้านที่ค้างไว้ ตอนนี้แม่เดินไม่ค่อยได้ กว่าจะได้นอนก็จะตีสองแล้วพี่” นวลตองเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ แล้วกางร่างจดหมายที่ต้องพิมพ์ในวันนี้“หน้าโทรม” เจ้เฮี้ยงเบ้หน้าพร้อมทั้งกลืนกาแฟอึกสุดท้าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นวลตองไม่สนใจการกระทำที่เกี่ยวข้องกับความสวยของเธอ แม่ของเธอปลอบโยนที่เธอเคยตัดพ้อน้อยใจขอเงินไปใส่ฟันปลอม หลังจากที่เธอประสบอุบัติเหตุหลังจากที่ฟันแท้เพิ่งขึ้นมาไม่นานนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คนที่เขาเกิดมาพิการ มือตีนด้วน เขาน่าสงสารกว่าเราอีก เรามือตีนดีเท่านี้ก็ดีแล้วลูกเอ๊ย” นางสมัยปลอบลูกเป็นประจำ จนเมื่อสาม สี่ปีก่อนหลังจากที่นวลตองอายุครบยี่สิบ นางจึงเลิกพูด เพราะลูกสาวไม่มีทีท่าว่าจะรบเร้าขอเงินไปทำฟันปลอมอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นี่นี่ตอง.ได้ข่าวว่าโรงแรมที่เธอทำหน่ะ มีคนมาขายตัวหลังร้านหรอ นี่ถ้าได้เรื่องรู้เห็นอะไรมาเล่าให้ฉันฟังบ้างสิแก ฉันอยากรู้” สายตาสอดเห็นของฉวีสอดรับกับไฝกลมดำเด่นเหนือฝีปากบน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉวีเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดของนวลตอง รับรู้เรื่องราวของเธอมาตั้งแต่ต้นจนจบ ภายใน สองปีที่รู้จักกัน ไม่มีใครรู้เรื่องของนวลตองได้ดีในเวลาอันสั้นเท่าฉวี นอกจากนวลตองแล้ว ฉวียังรู้จักกับคนในบริษัทชนิดที่เรียกว่ามากกว่าเพื่อนสนิทจนค่อนไปทางญาติผู้ใหญ่เสียด้วยซ้ำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไปเอาข่าวมาจากไหน ขายตงขายตัวอะไร โรงแรมเล็กๆแบบนั้น มานอนอย่างเดียวก็คุ้มเกินพอแล้ว ค่าเช่าแสนถูก จะไปมีอะไรแบบนั้นทำไม ถึงมีใครเขาจะเข้าร้าน ไม่ได้เปิดแบบอาบอบนวดนะจะได้จัดดร้านให้น่าเข้าน่ะ” นวลตองพักสายตาจากงานพิมม์ หันหลังมาคุยกับเพื่อนเสมียนด้วยกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ข่าวเขาลือกันให้แซด ระวังเหอะจะโดยไอ้พวกนั้นมันหลอกเอา ฉันงี้ไม่ไว้ใจพวกมันเลย ผู้หญิงอย่างเรามีแต่จะเสียเปรียบนะแก่นะ” ฉวีลากเสียงหนักกว่าเก่า แสดงอาการใคร่รู้เรื่องที่เธอคิดว่านวลตองรู้มากกว่า สายตายังคงมองขึ้นลงบนร่างที่บอบบางไร้เรี่ยวแรงของนวลตอง พรางเอ่ยว่า “แต่ผอมแห้งอย่างแก ก็คงไม่มีใครเอาหรอกมั้ง ถ้าอย่างฉันล่ะไม่แน่”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อยากมีหรือไงล่ะ จะติดต่อให้” นวลตองพูดยิ้มสัพยอก“โอ๊ย...ไม่หรอกย่ะ ลำพังผัวคนที่นอนด้วยเนี่ยฉันก็หมดแรงจะไปทำอย่างอื่นแล้ว คนอาร๊ายเอาได้ทั้งคืน เนี่ยฉันอยากมีลูกจะตายไป ท้องแล้วจะได้พักบ้าง มีผัวไปจนแก่ตายไม่มีลูกไว้ใช้สอย พอดีแก่ตัวลำบาก แต่มาคิดๆ ท้องแล้ว มันคงไปเอาคนอื่นล่ะมั้ง” ฉวีพูดคุยออกรสชาติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นวลตองหน้าชา เธอไม่คุ้นนักกับเรื่องครอบครัว หนุ่มสาว ความรักและความใคร่ อายุของเธอล่วงเลยมาเข้า 28 ปีแล้ว เธอยังไม่เคยมีคนรักอย่างใครอื่น เธอคิดว่าสักวันอาจมีคนที่มองข้ามรูปร่าง และความจนกับความรู้วุฒิ ปวส.ของเธอไปได้ เธออยากมีคนรัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อีหลอ .. อีหลอ .. อีหลอ”เสียงล้อเลียนจากเพื่อนชายคนหนึ่ง ยังคงฝังจำอยู่ในใจของนวลตอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“หลอรี่ ไปกินข้าวกัน” นวลตองหันหน้าไปยังต้นเสียง เธอมีสีหน้าเหยเกทันที ไม่รับรู้รอยยิ้มที่ต้นเสียงส่งมาให้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่หิวหรือครับคุณนวลตอง หรือจะอดข้าว ไม่เอาน่า ผอมจนจะเป็นไม้เสียบผีอยู่แล้ว จะให้กระดูกมันโผล่ออกมาเลยหรือไง” ต้นเสียงยังคงเซ้าซี้ชักชวน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไปกับฉันก็ได้นะ กวิน” ฉวีเก็บของบนโต๊ะหยิบกระเป๋าเงินใบเล็ก และสวมรองเท้าฟองน้ำเตรียมตัวพักกลางวัน“เออ..” กวินหันหน้ามาที่นวลตองพร้อมสะกิดหยอก “ ไปสิ หลอศรี แม่คนสวย เก็บของ ไปกินข้าว ถ้าไม่มีเงินเดี๋ยวให้ยืม” กวินยิ้มยียวน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปมด้อยของนวลตองเรื่องรูปร่างที่ผ่ายผอม และฟันหน้าที่ไม่ครบนัก ทำเธออับอายเป็นระลอก แล้วแต่ความพอใจของใครอื่นที่จะนึกพูดขึ้นมา ทำให้นวลตองไม่กล้าคิดถึงเรื่องความรัก ทั้งที่มันเกิดขึ้นกับเธอนานแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กวินเป็นเพื่อนที่วิ่งเล่นกันมาตั้งแต่ประถม ตอนที่ฟันหน้าของนวลตองหัก กวินอยู่ในเหตุการณ์ด้วย ฟันแท้ของนวลตองต้องมาสิ้นอายุเสียตั้งแต่อายุได้ 12 ขวบ ในงานโรงเรียนที่เธอเรียนจบ ประถม 6 กวินขว้างลูกบาสเกตบอลใส่เพื่อนอีกคน แต่ไปโดนนวลตองล้มหน้าฟาดพื้น ผลคือฟันแท้ที่เพิ่งขึ้นมาไม่นานดีนัก โยกและหลุดหลอจนทุกวันนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงร้องไห้ของนวลตองยังดังมาถึงปัจจุบัน เธอไม่โกรธกวินเลย เพราะกวินเป็นคนเดียวที่คอยชกต่อยเพื่อนคนอื่นๆที่ว่าเธอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อีหลอ..อีหลอ...อีหลอ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นวลตองไม่อยากได้ชื่อนี้ เธอเก็บเงินเพื่อเอาไปเป็นค่ารักษา ทำฟันปลอมเพื่อไม่ให้เป็นที่สะดุดุตา สะดุดใจของใคร จนแล้วจนรอด เงินที่พอจะเก็บได้ถึงร้อย ก็เหลือศูนย์เมื่อข้าวในปี๊บเริ่มหมดลง ทุกครั้งเงินของนวลตองจะถูกดึงมาใช้ซื้อข้าวสารและไข่ ไม่เคยเลยที่มีเหลือพอถึงฝั่งฝัน ฝันที่จะมีรอยยิ้มบนเรียวฟันที่ขาวน่าประทับใจ มิใช่แหว่งโหว่ดูน่าขำแบบนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เงินพิเศษของนวลตองออก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอรับซองจากเจ้เฮี้ยง ในนั้นมีธนบัตรใบละหนึ่งร้อยบาท จำนวนสิบใบ เธอทำงานนอกเวลาให้กับบริษัท เงินจำนวนนี้เป็นค่าแรงที่มากกว่าทุกเดือน เธอจะเอาเงินไปทำฟัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นวลตองเคยถามราคาค่าทำฟันปลอมหนึ่งซี่ราคาสองพันบาท เงินเก็บนี้ยังห่างไกลความจริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ตอง โกรธหรือเปล่าเนี่ย ขอโทษที่เรียกชื่อนั้นไป ตอง เฮ้ยขอโทษ ได้ยินไหม” กวินโทรมาขอโทษที่โต๊ะทำงาน นวลตองได้แต่เงียบเฉย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอวางโทรศัพท์ไปทั้งที่ยังไม่ได้ตอบกลับคำใดยังปลายสายเลย ประกายที่ดวงตา บ่งบอกว่าเธอไม่โกรธ รอยยิ้มที่มุมปากบอกว่าเธอมีความสุข&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นวลตองเดินผ่านคลีนิคทำฟัน อีกไม่ช้าเธอจะได้เข้าไปทำฟัน ทำฝันของเธอให้เป็นจริงเสียที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไอ้ตอง เป็นอะไรไปวะ โทรไปก็ไม่พูด โกรธอะไรนักหนา ก็น่าจะรู้ว่าล้อเล่น” กวินวิ่งตามมาถึงหน้าคลินิค“ไม่ได้โกรธ นี่อีกหน่อยฉันจะทำฟันแล้วนะ เก็บเงินพอได้แล้วล่ะ ต่อไปไม่มีหลอรี่ของแกแล้ว วินเอ๊ย” นวลตองพูดยิ้มๆ“แกคงสวยขึ้นนะ” กวินเอ่ยขึ้นมาเบาๆ“ฉันไม่ได้อยากสวยหรอก แค่อยากบดเคี้ยวอาหารให้ดีกว่านี้ ลำบากนะจะเคี้ยวอะไรที แล้วก็ไม่ชอบเวลาคนมาโจมตีปมด้อยของฉัน มันสนุกนักหรือไงก็ไม่รู้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กวินเดินมาส่งถึงปากซอยบ้าน ในวันที่นวลตองไม่ได้ไปทำงานที่โรงแรมจิ้งหรีด เพราะโรงแรมถูกปิดตรวจสอบ 1 วัน สำหรับนวลตองรายได้พิเศษไม่สำคัญเท่ารายได้หลัก ไม่ทำงานเธอก็กลับมาดูแลแม่ แม่พับถุงกระดาษขายเจ้ทุมขายกล้วยแขก ได้วันละ 10 บาท วันนี้เธอจะพับถุงกระดาษ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ตอง...ฉันขอโทษ”“เรื่องอะไร ถ้าเรื่องตอนเด็กๆล่ะก็ ลืมมันไปเถอะ ฉันลืมมันไปนานแล้ว”“ขาดเงินอีกเท่าไหร่ จะเอามาให้ คราวนี้ล่ะ จะได้ไถ่โทษเต็มๆเสียที”“มันเป็นอุบัติเหตุ อย่าคิดมากเลย ไปแล้วล่ะ แม่รอกินข้าว คืนนี้จะช่วยแม่พับถุงกระดาษหน่อย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กวินและนวลตอง แยกย้ายกันกลับบ้าน ทิ้งเรื่องคาใจเอาไว้ทั้งสองคน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่จริงวันนี้เป็นวันครบรอบวันเกิดของกวิน นวลตองมีของขวัญมาให้ มันคือกระเป๋าถักสีเทาฟ้า สีที่กวินชอบ มันยังนอนซุกตัวอุ่นอยู่ในกระเป๋าของเธอ เธอตั้งใจว่าจะมอบให้เหมือนเช่นทุกปี ทว่าปีนี้ บางสิ่งที่พิเศษในใจของเธอ ดูท่าจะไม่ได้เป็นความลับอีก นวลตองสัมผัสได้ถึงปฏิกิริยาของชายหนุ่ม ผู้เป็นเพื่อนคนนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่นานนัก เงินสะสมของนวลตองพอกเพิ่มจนสามารถบันดาลฝันซี่สวยให้เธอได้ดังใจ อาศัยเวลาเย็นของวันเสาร์หลังเลิกงานครึ่งวัน เธอเดินเข้าร้านทำฟันได้อย่างมีความหวัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพียงสองชั่วโมง ฟันหน้าที่ขาดหาย ก็เติมเต็มให้ดูปกติ ไม่หลอขาดอย่างที่เคยเป็น เธอยิ้มให้ตัวเองในกระจก “นวลตองคนใหม่”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้เฮี๊ยงทักเป็นคนแรก นอกจากเป็นหัวหน้าฝ่ายบุคคลแล้ว เจ้เฮี๊ยงยังเป็นกระบอกเสียงให้กับบริษัทอีกด้วย ข่าวการทำฟันของนวลตอง ดังเสียยิ่งกว่าข่าวการยกเลิกการขายหวยบนดิน กวินได้ข่าวนี้จากเจ้เฮี๊ยงเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไหนยิ้มสิ ตอง แหม สดใสกว่าเดิมอีกนะ” ฉวีเม้มปากขณะเชื้อเชิญให้นวลตองส่งประกายยิ้มรับซี่ฟันที่เพิ่งถูกเติมเต็ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พอแล้วๆเหงือกแห้งพอดี กะอีแค่ไปทำฟันมา ทำไมต้องเม้าท์กันให้แซดด้วยเนี่ย มาดูข่าวความคืบหน้าของคณะรัฐประหารดีกว่า สามเดือนแล้วนะ ดูสิมีผลงานอะไรบ้าง”นวลตองเฉเรื่องไปการเมืองบัดเดี๋ยวนั้น รอยยิ้มบนแก้มคนละเรื่องกับข่าวที่เธออ่าน เพราะนั่นเป็นข่าวการเมืองที่น่าสังเวชใจ ตรงกันข้ามกับข้างในใจของเธอที่พองโต เมื่อมองเห็นความธรรมดาบนใบหน้า ที่จะไม่ใครล้อว่า อีหลอ ได้อีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กวินไม่ได้มากินข้าวกับนวลตองและฉวี เขาหายไปนาน หัวหน้าฝ่ายส่งเขาไปติดต่องานที่ต่างจังหวัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โรงแรมจิ้งหรีดถูกตกแต่งให้น่าเข้ามากขึ้น มีลูกค้ามากขึ้น นวลตองเป็นที่รักของทั้งเพื่อนร่วมงานและแขกที่มาพัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อ้าว กวิน มาทำอะไรที่นี่ ดึกดื่นป่านนี้ไม่กลับบ้าน” นวลตองตกใจที่เห็นชายที่มายืนเบื้องหน้าไม่ใช่ลูกค้า แต่เป็นเพื่อนของเธอเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ตอง เลิกงานแล้วของพูดอะไรหน่อยสิ”“พูดตอนนี้เลย ไม่ชอบค้างๆคาๆ ว่ามา ลูกค้ากำลังโล่ง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ตอง ชอบไอ้ผู้จัดการตือบะนั่นหรอ”“ใคร...เฮียเหวงหรอ......ไปว่าเขาตือบะ ถ้าเขามาได้ยินนะ มีหวังโดนด่าสิ”“ใครเขาจะไปว่าตอง เขาออกจะรัก”“แล้วคิดว่าฉันรักเขาหรือไง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มจ้องหน้าหญิงสาวไม่วางตา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฉันชอบแกหว่ะตอง”“..............................”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กวินพานวลตองมาที่สนามเด็กเล่นของโรงเรียนวัดไผ่สีสุก โรงเรียนที่จบมาด้วยกัน และเป็นโรงเรียนที่เป็นจุดเริ่มของเรื่องราวทั้งหมด เรื่องของนวลตองกับฟันที่หายไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ตรงนี้ใช่ไหมที่ไอ้ห่านมันจะแกล้งตอง”“ใช่ ตอนนี้มีชิงช้ามาตั้งแทนแล้ว”“ทีแรกกะว่าจะเอาลูกบาสฯปามันให้มึนก่อนจะเข้าไปเตะมันสักที แต่ที่ไหนได้ เล็งพลาด โดนเธอซะอย่างนั้น หลอเอ๊ย...เจ็บตัวเลย” กวินลูบผมสาวคนรักพร้อมเขย่าไปมาเล็กๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มีอะไรจะแก้ตัวไหม”“ไม่มีครับ...ผมขอรับความผิดพลาดทุอย่างเอง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“งั้นดีแล้ว เอาฟันปลอมเธอออกซะ ถึงตาที่เธอต้องเป็นไอ้หลอบ้าง” นวลตองจ้องหน้าพร้อมกับบีบมือแน่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฟันปลอมแบบถอดได้ของกวินอยู่ในกำมือ ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น ราวกับว่า ได้ดึงให้เขาและเธอไปสู่วัยเด็กอีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อีหลอ...อีหลอ...อีหลอ”“มึงด่าใครอีหลอ” เด็กชายกวินกระชากเสื้อเพื่อนนักเรียนเจ้าของคำ อีหลอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แล้วมึงเสือกอะไร” เพื่อนนักเรียนท่าทางกวนประสาทผลักอกแล้วกระชับเสื้อเข้าที่“ถ้ามึงด่าตอง มึงขอโทษมาเดี่ยวนี้”“ก็ไม่พูด มีไรมะ ไอ้ควาย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ควายเป็นสัตว์น่ารักที่กวินชอบมาก แต่การที่มีคนมาชี้หน้าด่าว่าไอ้ควายทำให้เกิดความโมโหทวีเข้าไปอีก ไม่ใช่เพราะเปรียบตัวเหมือนควาย ทว่ามันเป็นคำดูแคลนอดีตลูกชาวนาคนหนึ่งเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หมัดแลกหมัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตีนตอบตีน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กวินพูดไม่ชัดไปนาน ฟันหน้าสองซี่หัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฟันปลอมมาสวมรอยทับ กวินโชคดีกว่าที่พ่อแม่เขาขายที่นาได้พอมีเงินร่ำรวยจับจ่ายกว่าแต่ก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ดูเด็กลงเลยล่ะ..วิน”“บ้าฉิ พูดก็ไม่ชัก จะชมเธอว่าฉวยฉะหน่อย ฮิฮิ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ทีหลังก็ไปทำแบบถอดไม่ได้สิ จะได้ไม่ต้องตามใจฉันแบบนี้” นวลตองยิ้มตาหยี และหยิบถุงถักที่ตั้งใจจะให้เมื่อวันเกิดของกวินที่ผ่านมาจวนจะครึ่งปีแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กวินรับและหอมแก้มนวลตองเป็นของขวัญตอบแทน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ใฉ่ได้ยังอ่ะ ตอง มันโล่งๆไงไม่รู้ ไว้วันหลังค่อยถอดใหม่นะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“จ๊ะ ตกลง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“วิน !! ถ้าวันหลังเธอดื้อมาล้อเลียนล่ะก็ จะถูกถอดฟันไปปาทิ้งน้ำนะ”“จ้า...แม่นวลตองยิ้มสวย...รู้อะไรไหม ต่อให้ตองฟันหลอ วินก็ชอบนะ ชอบมานานแล้ว” คราวนี้นวลตองถูกหอมฟอดใหญ่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พื้นที่เล็กๆที่ นวลตอง เกิดขึ้นแล้วในใจของเธอ ทำให้เธอรู้สึกว่า นาฬิกาไม่มีค่าความหมายอันใดเลย นี่ผ่านมานานเท่าใดกัน รอยยิ้มที่มีฟันสวย หรือหลุดโหว่ ยังเป็นที่ต้องการของเขาอย่างเดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความสุขอย่างหนึ่งที่เกิดจากรอยยิ้มของคนรักกัน ที่ยอมรับในข้อบกพร่องของกัน คงพอแล้วที่จะเรียกว่าสิ่งมีค่า ที่เกิดขึ้นท่ามกลางสังคมที่มีความเห็นแก่ตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไปกินอะไรกันดีจ๊ะตอง”“ตองอยากกินกาละแมหน่ะ ไม่ได้กินนานแล้ว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;**************************************&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35254362-116610397224581654?l=plyfon.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://plyfon.blogspot.com/feeds/116610397224581654/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35254362&amp;postID=116610397224581654&amp;isPopup=true' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116610397224581654'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116610397224581654'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://plyfon.blogspot.com/2006/12/blog-post_14.html' title='ความสุขอย่างหนึ่ง'/><author><name>keerati</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17568021238578515354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35254362.post-116572843581444429</id><published>2006-12-10T11:58:00.000+07:00</published><updated>2006-12-10T12:27:15.896+07:00</updated><title type='text'>หมุดก่อเกิด รัฐธรรมนูญบนผิวถนน</title><content type='html'>&lt;a href="http://photos1.blogger.com/x/blogger/2848/3919/1600/642315/DSC02850.jpg"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;img style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://photos1.blogger.com/x/blogger/2848/3919/320/374480/DSC02850.jpg" border="0" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt; บนถนนราชดำเนินที่ชาวราษฎร์ได้ดำเนินกิจกรรมทางการเมือง มาเป็นเวลายาวนานถึง 74 ปีในปีนี้ (พ.ศ. 2549) บางช่วงของผืนถนนถูกฉาบไว้ด้วยคราบน้ำตา คราบเลือด และร่างไร้วิญญาณ บนการเรียกร้องการปกครองโดยประชาชนเพื่อประชาชน  ต่อเมื่อได้รัฐธรรมนูญแล้วกลิ่นคาวเลือดดูจะจืดจางลง จางลงไปเรื่อยๆ  แต่เมื่อคราใดที่เกิดความไม่ชอบธรรมขึ้นกับการปกครองในระบบประชาธิปไตย กลิ่นคาวเลือดที่แห้งหายจากถนนสายนี้ กลับพลิกฟื้นคืนร่างให้สีถนนแดงชาดอีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และสิ่งหนึ่งที่ตรึงตอกอยู่บนถนนสายนี้เป็นเวลายาวนานเท่ากับการเปลี่ยนแปลงการปกครองนั่นคือ หมุดคณะราษฎร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การปกครองของไทยเปลี่ยนแปลงจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาสู่ระบอบรัฐธรรมนูญ (รัฐ + ธรรม + มนูญ คือ การปกครองรัฐอย่างถูกต้องเป็นธรรม) โดยคณะราษฎรเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภายหลังการปฎิวัติ คณะราษฎรได้สร้างหมุดแห่งการปฏิวัติขึ้น เป็นหมุดทองเหลืองขนาดเล็กฝังอยู่บริเวณด้านข้าง ลานพระบรมรูปทรงม้าฝั่งสนามเสือป่า ซึ่งเป็นจุดที่พระยาพหลพลพยุหเสนายืนอ่านประกาศคณะราษฎรฉบับที่ 1 แก่เหล่าทหารเพื่อเป็นสักขีพยานต่อการทำการปฏิวัติครั้งนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เนื้อความบนหมุดจารึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีข้อความว่า “ ณที่นี้ 24 มิถุนายน 2475 เวลาย่ำรุ่ง คณะราษฎรได้ก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญเพื่อความเจริญของชาติ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อมาในวันที่ 10 ธันวาคม 2475 เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาฯโปรดเกล้าพระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับถาวรเป็นครั้งแรกภายหลังที่ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง และเป็นวันแรกของการฉลองรัฐธรรมนูญ โดยในปีแรกนี้ จัดขึ้น 3 วัน นอกจากงานพระราชพิธีแล้วยังมีงานมหรสพต่างๆซึ่งจัดขึ้นที่ท้องสนามหลวง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;งานฉลองรัฐธรรมนูญถูกจัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีความสำคัญต่อการให้ความรู้ ความเข้าใจต่อประชาชน ในเรื่องของรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ควรศึกษาและทำความรู้จัก ภายหลังที่การปกครองถูกเปลี่ยนมือจากกษัตริย์มาเป็นประชาชนด้วยกันเอง งานฉลองรัฐธรรมนูญนี้จึงเป็นงานที่นอกจากจะให้ความรื่นเริงดั่งเทศกาลประจำปีทั่วไปแล้ว ยังมีคุณค่าต่อการเรียนรู้ และทำความหมาย ความเห็นให้ตรงเพื่อการปกครองที่เสมอภาค&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภัยจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ภัยธรรมชาติ และกรณีการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เป็นภาวะที่ทำให้งานฉลองรัฐมนูญที่เคยจัดขึ้นใหญ่โต ซบเซาลง จนถึงจุดมืดบอดเมื่อ อำนาจเผด็จการเข้ามาในที่สุดเมื่อปี พ.ศ. 2500  จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ทำการรัฐประหารรัฐบาลของจอมพล ป.พิบูลสงคราม และทำการยกเลิกรัฐธรรมนูญ ในครั้งนี้ แนวความคิด แบบอนุรักษ์นิยมได้เข้ามามีบทบาทสำคัญอีกครั้งหนึ่ง วันฉลองรัฐธรรมนูญกลายเป็นวันที่มีความหมายเพียง 1 วันหยุดราชการและการระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จประปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;49 ปีแล้ว ที่การให้ความรู้ถูกตัดช่วง หรือนี่เป็นสิ่งสมควรต่อประชาชนผู้ไม่พร้อมรับการปกครองโดยประชาชนด้วยกัน  หาใช่...นี่คือการตัดสินใจที่ผิดพลาดของผู้นำประเทศที่เกิดขึ้น เฟื่องฟูขึ้นพร้อมๆกับการงอกงามอีกครั้งของฝ่ายอนุรักษ์นิยม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเข้าถึงในเรื่องของการศึกษาระบอบรัฐธรรมนูญ กลายเป็นเรื่องพิธีกรรมและความซับซ้อนที่ยากจะเข้าถึงได้โดยง่าย แท้ที่จริงมันเป็นเช่นนั้นหรือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ต่างกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญโดยคนกลุ่มหนึ่ง ผู้ที่ทำให้การเมืองทุกวันนี้ เป็นการปกครองโดยประชาชนเพื่อประชาชน กำลังเลือนหายไปจากความทรงจำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หมุดคณะราษฎร เป็นอนุสรณ์แห่งการปฏิวัติหรือบาดแผลของการเมืองการปกครองของไทยกันแน่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประวัติศาสตร์การเมืองควรเริ่มต้นศึกษาตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง คือวันก่อเกิดรัฐธรรมนูญ มิใช่วันที่เกิดรัฐธรรมนูญฉบับถาวรขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากแต่ติดตรงที่ว่า การก่อเกิดรัฐธรรมนูญนี้ เกิดขึ้นจากมือไพร่ มิใช่เจ้า ความสำคัญจึงพร้อมจะเลือนหาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากจะกล่าวถึงศิลปะที่เกิดขึ้นภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ชิ้นที่มีความสำคัญมากที่สุด คงหนีไม่พ้นหมุดทองเหลืองดังกล่าว เป็นจุดเริ่มต้นที่เคียงขนานกับพระบรมรูปทรงม้า ฝังตรึงเพื่อตอกเตือนความหมายที่แท้ของการปกครองที่ทำให้ทุกวันนี้ คนเรามีสิทธิเสมอภาคในการแสดงความคิดเห็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หมุดคณะราษฎร 2475 คือสัญลักษณ์ที่แสดงถึงบทบาทที่มีส่วนในการปกครองประเทศไทยทั้งในทางนิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์ ซึ่งหมายถึงการที่มีรัฐธรรมนูญและตัวบทกฎหมายต่างๆเป็นข้อตกลงร่วมกันในข้อปฏิบัติของผู้คนในประเทศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;งานศิลปะหลัง พ.ศ. 2475 อันเกิดจากวาระสำคัญและโอกาสพิเศษของชาติจึงเกิดขึ้นเพื่อความเป็นประชาธิปไตยเสียส่วนใหญ่ อันได้แก่ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมถึงหมุดคณะราษฎร 2475 นี้ด้วย สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นการแสดงออกถึงอำนาจอธิปไตยที่มุ่งเน้นให้ประชาราษฎร์สามารถปกครองกันเองได้ หาใช่การปกครองระบบสมบูรณาญาสิทธิราชอีกแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถึงแม้ว่าทุกวันนี้ วันรัฐธรรมนูญจะมิใช่วันที่รัฐจะให้ความสำคัญถึงขั้นมีงานฉลองดังแต่ก่อน และแม้ว่าจุดก่อเกิดรัฐธรรมนูญจะจมฝังถนน รองรับรอยย่ำแห่งกาลเวลา ทว่า ไม่มีสิ่งใดสามารถลบเลือนสิ่งที่เกิดขึ้นได้ นั่นคือ ความเสมอภาคในการมีส่วนร่วมกันในการปกครองโดยประชาชนเพื่อประชาชน ซึ่งเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อ 74 ปีก่อน หากแต่เพียงว่าวันนี้ เราใช้สิทธินั้นกันหรือยัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;***หมายเหตุ&lt;br /&gt;รัฐธรรมนูญฉบับแรกของไทย มีชื่อว่า “พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช 2475” และมีรัฐธรรมนูญฉบับอื่นตามลำดับคือ&lt;br /&gt;1.พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช 2475&lt;br /&gt;2.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475&lt;br /&gt;3.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2489&lt;br /&gt;4.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2490&lt;br /&gt;5.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2492&lt;br /&gt;6.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2495&lt;br /&gt;7.ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2502&lt;br /&gt;8.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2511&lt;br /&gt;9.ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2515&lt;br /&gt;10.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2517&lt;br /&gt;11.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2519&lt;br /&gt;12.ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2520&lt;br /&gt;13.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2521&lt;br /&gt;14.ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2534&lt;br /&gt;15.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2534&lt;br /&gt;16.&lt;/span&gt;&lt;a title="รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2_%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A_2540"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt; และได้ยุติโดย&lt;/span&gt;&lt;a title="รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2_%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2549"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;br /&gt;17.&lt;/span&gt;&lt;a title="รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว พุทธศักราช 2549" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2_%E0%B8%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A7_%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A_2549&amp;action=edit"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว พุทธศักราช 2549&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;br /&gt; &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35254362-116572843581444429?l=plyfon.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://plyfon.blogspot.com/feeds/116572843581444429/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35254362&amp;postID=116572843581444429&amp;isPopup=true' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116572843581444429'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116572843581444429'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://plyfon.blogspot.com/2006/12/blog-post_10.html' title='หมุดก่อเกิด รัฐธรรมนูญบนผิวถนน'/><author><name>keerati</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17568021238578515354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35254362.post-116532277082331735</id><published>2006-12-05T19:39:00.000+07:00</published><updated>2006-12-05T19:46:10.840+07:00</updated><title type='text'>ชิงช้าบันทึก</title><content type='html'>&lt;a href="http://photos1.blogger.com/x/blogger/2848/3919/1600/32740/ooy.jpg"&gt;&lt;img style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://photos1.blogger.com/x/blogger/2848/3919/320/754897/ooy.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#006600;"&gt;เสียงชิงช้าเหล็กดังแว่วมาจากโรงเรียนร้าง ใครกันมาแกว่งไกวในเวลานี้ เวลาที่ฉันร้อนรนเป็นที่สุด&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่ออายุได้ 8 ขวบ เป็นปีสุดท้ายที่ครอบครัวของเราพร้อมหน้าพร้อมตา ชิงช้าเหล็กสีฟ้าอ่อนของโรงเรียนถูกฉันจับจองแต่เพียงผู้เดียว อยู่ที่นี่ ใครๆต่างเกรงใจ ครูเล็ก ครูน้อย ต่างเอาอกเอาใจฉัน ด้วยฉันเป็นหลานสาวคนเล็กของเจ้าของโรงเรียน หลานป้า...ที่เป็นพี่สาวแท้ๆของพ่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พ่อกับแม่มารับฉันและพี่ชายช้าเสมอ เราจะอยู่ในโรงเรียนจนเกือบค่ำ บางวันที่ได้กลับเร็วหน่อย แม่จะมารับเพียงคนเดียว และเรานั่งรถเมล์กลับบ้าน วันไหนที่พ่อมารับ ฉันและพี่จะดีใจมากกว่า เพราะไม่ต้องหิ้วกระเป๋าตุงๆไปเบียดเสียดกับใครเขา ใครจะรู้เล่าว่า วันหนึ่งฉันจะใกล้ชิดกับการโดยสารรถเมล์ชนิดแบบญาติสนิทกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โรงเรียนที่ฉันเรียนอยู่เป็นโรงเรียนราษฎร์เล็กๆในซอยราษฎร์ร่วมเจริญ เดินทางผ่านทะลุตรงคลองสาน ไม่ช้าก็ถึง ที่นี่มีสนามหญ้าขนาดใหญ่ ใช้เป็นสนามเอนกประสงค์ เด็กนักเรียนตั้งแต่อนุบาล 1 ถึง ประถม 6 ใช้สนามแห่งนี้ออกกำลังกาย และกิจกรรมประจำปีต่างๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;งานหนึ่งนั้นคือ งานวันพ่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คุณพ่อขา คุณครูเขาสั่งให้ติดรูปในหลวงให้เต็มสมุดวาดเขียนเลยค่ะ”&lt;br /&gt;“ไว้พ่อให้พี่เขาทำให้ ส่งวันไหนล่ะ เดี๋ยวพ่อไปซื้อสมุดก่อน”&lt;br /&gt;“ส่งวันที่ 4 ค่ะพ่อ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เช้าวันที่ 4 ธันวาคม 2532&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พ่อมาส่งเข้าโรงเรียนสายอีกเช่นเดิม 9 โมงเช้า ไม่ใช่เวลาที่นักเรียนที่มีวินัยจะเดินเข้าเรียน โดยไม่มีโอกาสเข้าแถวเคารพธงชาติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เอาขนมไปกินไหม พี่เขาบินแล้วเอามาฝาก สมุดวาดเขียนเอาไปหรือยัง อ้อย...อย่าซนนะลูก”&lt;br /&gt;พ่อมักจะพูดอะไรยาวๆแบบนี้ และพูดเพียงครั้งเดียว มันเป็นคำซ้ำๆที่พ่อพูดทุกครั้งที่ต้องจากกัน ฉันไปเรียน พ่อไปทำงาน เป็นครูสอนเด็กมหาวิทยาลัย ฉันสิ เข้าเรียนเวลาที่ไม่ใช่เด็กประถม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รูปที่ติดในสมุดวาดเขียนของฉัน สวยเลิศกว่าใคร มีภาพที่แตกต่างจากเพื่อนๆที่ตัดมาจาก สมุดภาพประกอบการศึกษา แต่สำหรับฉัน มันคือภาพที่พี่สาวของฉันตัดมาจากหนังสือพิมพ์ ในแต่ละวันที่มีภาพในหลวง ฉันยิ้ม และเอาสมุดวาดเขียนที่ติดรูปในหลวงอวดเพื่อน&lt;br /&gt;มันน่าภูมิใจมากที่เป็นผลงานจากพี่สาว และพ่อ ฉันอยากให้เขาสองคนทำเพื่อฉัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คะแนนที่ได้เป็นไปตามคาด เป็นคะแนนสิบเต็มสิบ แน่ละว่าหลานเจ้าของโรงเรียน มักเรียนเก่งเสมอ แม้ว่าในหัวจะมีความรู้ งูๆปลาๆ และยังตอบคำถามแบบก้มหน้ามองหนังสือ ใครๆก็พร้อมจะปรบมือชื่นชม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;งานวันพ่อจัดขึ้นที่โรงเรียนในเวลาเย็น ฉันจำได้ติดตาที่วันนั้น ฉันเห็นเพื่อน ที่ชื่อ นุภา พาพ่อที่หล่อน้อยกว่าพ่อของฉันมาที่โรงเรียน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นุภาเป็นเพื่อนสนิท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากพิธีสดุดีในหลวงแล้ว มีพิธีกราบพ่อจากตัวแทนนักเรียน นุภาได้เกียรตินั้น ....ไม่ใช่ฉัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พ่อของนุภาสวมเสื้อสีขาวในกางเกงสีน้ำเงิน ดูท่าไม่ต่างจากน้าเล็กที่เป็นภารโรงนัก นุภาติดเข็มกลัดดอกพุทธรักษา และกราบที่ตักของพ่อ ฉันนั่งมองแถวหน้าสุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อไหร่พ่อฉันจะมารับ ฉันอยากกลับบ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชิงช้าตัวเก่าที่ฉันนั่งทุกวัน มีเสียงดังหนักกว่าเมื่อครั้งก่อน เสียงมันแสบหูสุดรำคาญ ดังเอี๊ยดอ๊าดเหมือนเสียงสัตว์กำลังขอร้องชีวิต อยากหาน้ำมันมาหยอดเสียจริง ฉันไกวชิงช้า ด้วยสองเท้าที่ถีบตัวเองจากพื้นคอนกรีต แกว่งไกลยิ่งแรง เสียงยิ่งดัง หากยิ่งเบา จะยิ่งน่ารำคาญ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พ่อ เมื่อไหร่จะมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นุภา บอกก่อนกลับบ้านในวันนั้นว่าจะไปเที่ยวกับพ่อในวันหยุด พ่อจะพาไปเขาดิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาดิน?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนที่ฉันรู้จักเขาดินครั้งแรก ก็จากนุภานี่หล่ะ แต่ถ้าเป็นครั้งแรกที่ได้เข้าไป มันก็ล่วงเลยเวลามาจนฉันเรียน ป .ตรีแล้ว ถ้าครูไม่สั่งให้ไปวาดรูปที่เขาดิน ฉันก็ไม่เคยคิดจะเข้าไปเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ราคาบัตรครั้งแรกที่รู้จัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นักเรียนในเครื่องแบบ 10 บาท&lt;br /&gt;ผู้ใหญ่ 40 บาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่เวลานี้ไม่ใช่ ราคามันเปลี่ยนไปแล้ว ความรู้สึกของฉันที่มีกับเขาดินก็เปลี่ยนไปด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ครั้งที่เดินเข้าไปในเขาดิน ฉันคิดถึงพ่อ พ่อและนุภา ฉันคิดเล่นๆว่า ถ้าเมื่อตอนนั้นฉันมากับพ่อ ฉันจะสนุกมากไหม จะรบเร้าให้ซื้อไอศครีม และถีบเรือไหม พ่อจะอุ้ม และถ่ายรูปด้วยกันหรือเปล่า...ที่สำคัญ พ่อจะจูงมือฉันอย่างที่คิด อย่าที่ฝันไหม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ค่ำลงมากแล้ว ฉันเบื่อที่จะนั่งชิงช้าเสียงน่ารำคาญ ป้าและลุงเอาขนมมาให้กิน ขนมตะโก้ของโปรด ในนั้นมีแห้วที่สับเอามาเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า ฉันเก็บมันใส่กระเป๋าไว้สองชิ้น ให้แม่ และพ่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุ่มแล้ว แสงไฟนวลจากรถของพ่อเพิ่งสาดเข้ามายังถนนหน้าห้องพักครูชั้นล่าง...พี่ชายยังเล่นเตะบอลกับเด็กในบ้านของป้าอย่างเมามัน พ่อลงจากรถ พร้อมกับถุงขนม แม่มารับกระเป๋าขึ้นรถ พี่ชายพาตัวเปียกๆไปผึ่งพัดลม ฉันนั่งรออีกแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันเคยคิด ทำไมภาพเหล่านั้นถึงติดตาของฉันนัก ทั้งที่มันก็ผ่านมานานมากแล้ว ฉันมีความทรงจำเกี่ยวกับการรอคอยนี่หลายฉาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เอแคร์เต็มปาก...แม่รู้ดีว่าฉันชอบกิน ฉันก็รอทุกวันที่จะได้กินขนมหลังเลิกเรียนจากแม่ และพ่อจะพาไปกินข้าวมันไก่ที่ตลาดโอ๋เอ๋ นี่หล่ะ สิ่งที่เด็กประถม 2 อยากได้....ในเวลานั้น มันมีค่ามากกว่าที่คิดเวลานี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เย็นวันพ่อ ครอบครัวของเรานั่งกินข้าวอย่างเงียบๆ มีแม่ ยาย ป้า พี่ชาย และฉัน พ่อไปทำงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พ่อทำงานในวันหยุด?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขนมตะโก้เละอยู่ในกระเป๋า ขนมที่ฉันเอามาจากป้าที่โรงเรียน ฉันไม่ทันให้พ่อกับแม่ ฉันไม่มีโอกาส&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากนั้นไม่นาน...พ่อเดินทางไปทำงานที่แสนไกล เราไม่ได้พบกันอีกเลย มีจดหมายของพ่อส่งมายังย้ำให้ตั้งใจเรียน และเป็นลูกที่ดีของแม่ ของพ่อ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*&lt;br /&gt;**&lt;br /&gt;***&lt;br /&gt;****&lt;br /&gt;*****&lt;br /&gt;****&lt;br /&gt;***&lt;br /&gt;**&lt;br /&gt;*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพียงพอแล้วกับการรอคอยของพ่อ ไม่ช้าลูกจะขึ้นไปหา วันนี้ขอมาหลอดน้ำมันให้ชิงช้าเสียก่อน อยากนั่งชิงช้าตัวเดิมอีกครั้งก่อนจะติดตามพ่อเพื่อ บอกว่ารัก ที่ห่างหายมานานกว่า 16 ปี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันมาที่โรงเรียนร้างอีกครั้ง โรงเรียนที่ครั้งหนึ่ง เคยทำให้ฉันกลายเป็นคนสำคัญ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงชิงช้าเหล็กดังเอี๊ยดอ๊าด ใครกันมาแกว่งไกวชิงช้าในเวลานี้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ชิงช้ายังไม่พังหรอกหรือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35254362-116532277082331735?l=plyfon.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://plyfon.blogspot.com/feeds/116532277082331735/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35254362&amp;postID=116532277082331735&amp;isPopup=true' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116532277082331735'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116532277082331735'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://plyfon.blogspot.com/2006/12/blog-post_05.html' title='ชิงช้าบันทึก'/><author><name>keerati</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17568021238578515354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35254362.post-116490832217196381</id><published>2006-12-01T00:35:00.000+07:00</published><updated>2006-12-01T00:38:42.186+07:00</updated><title type='text'>เลขที่ออก...สูญ..สูญ..สูญ</title><content type='html'>&lt;a href="http://photos1.blogger.com/x/blogger/2848/3919/1600/299899/untitled.jpg"&gt;&lt;img style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://photos1.blogger.com/x/blogger/2848/3919/320/486284/untitled.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;นานเท่าไรแล้ว ที่ปากท้องของคนไทยบางคน แขวนไว้กับการเสี่ยงโชค งวดแล้วงวดเล่า สนุกในยามลุ้นระทึกกับ...........................หมายเลขที่ออก&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;กับสิ่งที่เรียกว่า &lt;strong&gt;หวย&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หวยเป็นที่รู้จักทั่วทุกพื้นที่ สามารถเข้าใจได้ง่ายว่าเป็นกิจกรรมเสี่ยงโชคอย่างหนึ่ง ซึ่งผลตอบแทนคือเงิน... เงินที่หามาได้โดยง่าย และในทางเดียวกัน ก็หายวับไปได้โดยง่ายเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;คุณเคยเล่นหวยไหม&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตามประวัติศาสตร์ชาติหวย หวยเกิดขึ้นมาแต่ครั้งสมัยแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รู้จักกันในนามของ หวย ก.ข. ในเวลานั้น มีการกระตุ้นให้มีการเอาเงินออกมาใช้ แทนการออมเก็บไว้อย่างนิ่งเฉยโดยต้องการให้มีกระแสเงินหมุนเวียนใช้จ่ายมากขึ้น ในเวลานั้น หวย ช่วยได้จริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กิจกรรมการแทงหวย เป็นไปอย่างสนุกสนาน ด้วยเหตุที่หวยนี้มีต้นกำเนินมาจากชาวจีน กรรมวิธีในการแทงจึงต้องมีการทำความเข้าใจเสียใหม่ในเรื่องของวัฒนธรรมทางภาษา การออกเสียง และพยัญชนะ...หวย ก.ข.จึง เป็นที่มีของบรรพบุรุษหวยในปัจจุบัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อักษรไทยเข้ากำกับแทนหนังสือจีน (ซึ่งแต่เดิมเล่นกันมาก่อนที่จะมาจริงจังกับชาวไทย )โดย อักษรไทยมี 44 ตัว ใช้เป็นตัวหวยเสีย 36 ตัว เหลือที่ไม่ได้เอามาใช้ 8 ตัว คือ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ ศ และ ษ จึงเรียกกันว่า หวย ก ข และปลดตัว ง และธ ในภายหลัง จึงเหลือเพียง 34 ตัว โดยกิจกรรมดังกล่าวยังคงเป็นแบบที่ชาวจีนเล่นกันคือเมื่อจะออกหวย เจ้ามือจะเลือกป้ายขึ้นมาอันหนึ่งหรือชื่อหนึ่ง ใส่ลงในกระบอกไม้ปิดปากไว้ แล้วแขวนไว้กับหลังคาโรงหวย นักแทงทั้งหลายก็จะทายกันว่างวดนี้จะออกชื่อใครใน 34 ป้ายนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นับว่าประสบความสำเร็จในเรื่องการดึงเงินจากประชาชน เศรษฐกิจตื่นตัวกันมากขึ้น นัยหนึ่งเกิดมีเจ้าสัวที่เป็นเจ้ามือโรงหวย และคนจนไถนาเพื่อมาลงเล่น ...&lt;strong&gt;การพนันระดับชาติ&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;81 ปีแห่งความพยายาม และน้ำตาของผู้สูญเสีย หวยถูกยกเลิกในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยมีความเห็นว่าเป็นการพนันที่บ่อนทำลายความมั่นคงของประเทศ ชาวประชาลุ่มหลงอบายมุขจนน่าใจหาย การหวังรวยทางลัด นำไปสู่ความยากจนเพียงพริบตา ด้วยเหตุนี้ การยกเลิกจึงจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;หรือไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รายได้ของแผ่นดิน ส่วนหนึ่งมาจากภาษีต่างน้ำพักน้ำแรงของคนในชาติ ช่วยกันจ่ายอากรเพื่อแสดงความรับผิดชอบ ในส่วนของการเก็บเกี่ยวทำมาหากินในผืนแผ่นดินร่วมกัน แต่รายได้ที่สูงค่ามากที่สุด กลับเป็นเงินที่ได้จากการเล่นหวย การพนันที่อนุโลมให้ถูกต้องในแง่จริยธรรม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังจะพบว่า ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวออกล็อตเตอรี่ขึ้นเป็นครั้งแรกแล้ว เพื่อหารายได้บำรุงการกุศล และได้มีการออกล็อตเตอรี่ในวาระพิเศษอีกหลายครั้ง เป้าหมายสำคัญคือการระดมเงินเพื่อสาธารณกุศล ผ่านการลงทุนเสี่ยงโชค หวังผลกำไรคืนกลับมา แทนการเต็มใจบริจาคอย่างเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในปี พ.ศ.2482 ได้มีการจัดตั้งสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และหวยก็เปลี่ยนท่าทีเป็นเลขท้ายของรางวัลที่ 1 และเลขท้ายของล็อตเตอรี่ ที่ทำความรู้จักกันในนามของ หวยใต้ดิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;เป็นการประกาศโดยนัยว่า การเสี่ยงโชคในแนวทางนี้ จะถูกต้อง และเห็นสมควรที่สุด เมื่อรัฐเป็นผู้กระทำการ&lt;/strong&gt; และสามารถแจกแจงได้ว่า เงินมหาศาลจากความโลภเหล่านั้น ถูกแปรเปลี่ยนเป็นประโยชน์ล้ำค่าเช่นไร การยกเลิกหวย ก.ข. เป็นเพียงการลดกรรมวิธีการ และเส้นสายในการเล่น ไม่ให้นอกทางจนยากแก่การควบคุมจากส่วนกลางเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เส้นทางของหวย เป็นประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน จนมีหลายท่านต้องการสืบสาน และอนุรักษ์ไว้ เพื่อความไพบูลย์ของชาติไทยเรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;น่าตลกที่เป็นเช่นนั้น&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้นำหลายรุ่น ไม่สามารถแสดงจุดยืนที่ชัดเจน ต่อกิจกรรมการระดมทุนเพื่อสร้างชาติด้วยการเสี่ยงโชค ทั้งที่รู้ว่าคือสิ่งมอมเมาทางหนึ่ง ทว่า ตัวเงินที่มหาศาล ที่ประชาชนพร้อมใจจ่ายมากกว่าภาษีเป็นสิ่งค้ำคออยู่ว่า จะหาทางดึงเงินจำนวนเท่านั้น จากทางไหน พวกเขาต่างพบว่า ไม่มี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเสี่ยงโชคในลักษณะนี้จึงมีความเข้มแข็ง และสร้างจินตนาการให้คนในชาติอย่างเต็มกำลัง อาทิ การตีเลขจากความฝัน จากสัตว์พิการ จากเหตุการณ์สำคัญๆ หรือแม้แต่ เรื่องสามัญอย่างการเกิด การตาย ของคนและสัตว์ จึงไม่แปลกใจว่า ทำไมคนถึงสนใจต่อสถานการณ์บ้านเมืองในเชิงตัวเลข&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และดูว่า การเรียกร้องสิทธิ์ในการอนุรักษ์พฤติกรรมหวย จะยังคงดำเนินต่อไป แม้เส้นทางนั้นจะผิดกฎหมายเสียแล้ว เชื่อแน่ว่า ความกระหายในการเสี่ยงยังคงมีอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะเขาเชื่อ ในสัญชาตญาณนักแข่ง ที่มีอยู่ในตัวคน....แข่งต่อจินตนาการ และความบังเอิญ ที่คิดว่า งวดหน้า เลขที่ออกคงไม่ใช่ &lt;strong&gt;สูญ...สูญ...สูญ.&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35254362-116490832217196381?l=plyfon.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://plyfon.blogspot.com/feeds/116490832217196381/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35254362&amp;postID=116490832217196381&amp;isPopup=true' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116490832217196381'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116490832217196381'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://plyfon.blogspot.com/2006/12/blog-post.html' title='เลขที่ออก...สูญ..สูญ..สูญ'/><author><name>keerati</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17568021238578515354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35254362.post-116464016072397314</id><published>2006-11-27T21:32:00.000+07:00</published><updated>2006-11-27T22:09:21.340+07:00</updated><title type='text'>ในนาคร</title><content type='html'>&lt;div align="left"&gt;&lt;a href="http://photos1.blogger.com/x/blogger/2848/3919/1600/405847/elephant.jpg"&gt;&lt;img style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://photos1.blogger.com/x/blogger/2848/3919/320/427296/elephant.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ช้าง...ช้าง...ช้าง...ช้าง...ช้าง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;น้องเคยเห็นช้างหรือเปล่า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ช้างมันตัวโตไม่เบา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;จมูกยาวๆเรียกว่า งวง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;มีเขี้ยวใต้งวงเรียกว่า งา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;มีหูมีตา หางยาว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#ff0000;"&gt;&lt;strong&gt;เพลงที่ร้องได้ตั้งแต่สมัยอนุบาล จะมีใครกันที่ร้องเพลงนี้ไม่ได้ หรือไม่เคยได้ยินเพลงนี้ &lt;span style="color:#cc9933;"&gt;(เป็นเพลงน่าจะฮิตเชียว เพราะนอกจากจะเป็นเพลงที่ร้องในห้องเรียนประกอบจังหวะของคุณครูแล้ว ยังมีพวกร้องแหย่เพื่อนที่มีสันฐานคล้ายช้างเข้าให้ด้วย)&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เพลงจังหวะสนุก ชวนให้คิดช้างในเมือง ส่ายหัวไป-มา มันคงจะดีใจ ที่คนแต่งเพลงแนะนำตัวให้แบบนี้ หรือ เปล่าเลย มันอาจไม่เคยรู้ว่าคนคิดเช่นไรกับมัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;การแสดงออกของคนที่มีต่อช้าง ในเวลานี้เป็นเช่นไรแล้ว มิอาจทราบแน่ชัด แต่สำหรับในกรุงเทพฯ การแสดงออกต่อช้างเป็นไปเพื่อการทำมาหากินเลี้ยงปากท้องคนเท่านั้น มิใช่ช้าง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;หลายจังหวะชีวิตที่ต้องได้พบกับช้างตัวเล็กตัวน้อย เดินข้างถนนพระรามที่ 2 มันอดทนมาก ท้องกิ่วกว่าที่ควรจะเป็น กล้วย และแตงโมบนหลังมันไม่มีสิทธิ์ได้กินก่อนที่จะมีกิจกรรมงานทานมัยของคนเมืองใจพระกับควานช้างใจหยาบ เมื่อนั้น สำไส้ช้างจึงได้ทำงาน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ช้างร้องไห้เป็นไหม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ถ้านัยตาของสิ่งมีชีวิตทุกชีวิตมีประกายที่หล่อเลี้ยงด้วยน้ำ ช้างย่อมมีน้ำตา มันต้องเคยร้องไห้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;คนร้องไห้เพราะสาเหตุขุ่นมัวในใจ น้อยครั้งที่น้ำตาจะออกมาจากความยินดี ช้างยินดีอย่างนั้นหรือที่ได้เข้ามาสัมผัสแสงสีในเมืองหลวงเช่นนี้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ในเมืองหลวงที่ปลอดภัยและอบอุ่น ช้างพังและพลายคู่หนึ่งถือกำเนิดขึ้น ในบ้านที่มีรั้วรอบขอบชิด มีอาหารให้กินจนอ้วนพี มันทั้งคู่ ไม่ต้องทำงานหนัก หรือเดินทนจนกว่าจะมีกิจกรรมทานมัยอย่างช้างตัวอื่น ทว่ามันคือดารา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ทุกวันมันจะต้องเผยชีวิตส่วนตัวให้คนเดินเข้ามาชี้ ถ่ายรูป และเดินจากไป คนแล้วคนเล่า เป็นอย่างนี้จนกว่าจะมีใครตายไปข้างหนึ่ง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แม้แต่ในเวลาที่มันทั้งสองมีความรัก คนก็ได้รับรู้เห็น เรื่องของช้าง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;สัตว์ในสวนย่อมไม่มีสิทธิ์เรียกร้องพื้นที่รโหฐาน ทุกอย่างต้องเปิดเผย ในสวนสัตว์ที่เสียเงินเข้าชมได้ทั้งวัน อยากให้ช้างยิ้มต้องทำอย่างไร..นั่นสิต้องทำเช่นไร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;1.ปาก้อนหินใส่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;2.ร้องเสียงช้างสาวกระตุ้นช้างหนุ่ม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;คนทำสิ่งไหนง่ายกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จึงไม่แปลกใจที่จะพบป้ายที่ว่า "ห้ามปาสิ่งของใส่สัตว์"...มันต้องเคยมีคนทำเช่นนั้นแน่ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อช้างพัง และพลายคู่นี้ผสมพันธุ์และอาจติดลูก เมื่อนั้น เราจะได้ลูกช้างที่เป็นดาราตั้งแต่เกิดตัวใหม่ของสวนสัตว์อีกตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หวังว่ามันจะง่ายอย่างที่คิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช้าง...ช้าง...ช้าง...ช้าง...ช้าง&lt;br /&gt;น้องเคยเห็นช้างหรือเปล่า&lt;br /&gt;ช้างมันตัวโตไม่เบา&lt;br /&gt;จมูกยาวๆเรียกว่า งวง&lt;br /&gt;มีเขี้ยวใต้งวงเรียกว่า งา&lt;br /&gt;มีหูมีตา หางยาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ้นเสียงเพลงช้าง เรารู้จักมันดีแค่ไหน&lt;br /&gt;สวนสัตว์เพียงพอแล้วหรือที่จะทำความรู้จักกับสัตว์ที่เคียงข้างคนมายาวนานที่สุด ...&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35254362-116464016072397314?l=plyfon.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://plyfon.blogspot.com/feeds/116464016072397314/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35254362&amp;postID=116464016072397314&amp;isPopup=true' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116464016072397314'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116464016072397314'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://plyfon.blogspot.com/2006/11/blog-post_27.html' title='ในนาคร'/><author><name>keerati</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17568021238578515354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35254362.post-116443414515895634</id><published>2006-11-25T12:54:00.000+07:00</published><updated>2006-11-25T12:55:45.176+07:00</updated><title type='text'>สะกิดสุข</title><content type='html'>&lt;a href="http://photos1.blogger.com/x/blogger/2848/3919/1600/846163/teen.jpg"&gt;&lt;img style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://photos1.blogger.com/x/blogger/2848/3919/320/143454/teen.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ไม่รู้เหมือนกันว่า ความสุขที่ได้รับเมื่อวันก่อน จะยังส่งผลให้วันนี้มีรอยยิ้มอยู่บ้างไหม อะไรกันหนาคือสาเหตุของความสุขที่ถาวร สิ่งนั้นคืออะไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อหลายปีก่อน ใบหน้าของผมเครียดจนเพื่อนๆต่างยินดีที่จะพาผมไปเที่ยวไหนต่อไหน ทั้งที่ผมมีสภาพบ้างาน พวกเพื่อนๆต้องการช่วยเหลือผม ให้ผมได้ผ่อนคลายบ้าง ผมยังแปลกใจไม่หายว่า ทำไมเพื่อนต้องทำดีกับผมขนาดนั้น ปล่อยผมไว้ให้อยู่เพียงลำพังอย่างที่ผมต้องการ ก็น่าจะเพียงพอแล้ว แต่มันไม่ใช่อย่างที่คิด การที่ผมต้องอยู่กับเพื่อนๆที่มีแต่เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และเรื่องสนุกๆ ทำให้ผม อดหัวเราะบ้างไม่ได้ ผมเริ่มยิ้ม และรับฟังประสบการณ์ขำๆจากพวกเขา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมจำเรื่องขำไม่ได้สักเรื่อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รู้แต่ว่า เวลานั้น ผมหัวเราะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพื่อนคนที่ทำให้ผมหัวเราะมากที่สุด เสียชีวิตจาดอุบัติเหตุ เขาจากไปเมื่อหลายเดือนก่อน เงาสะท้อนจากตัวผมบอกว่า ส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมสามารถพูดคุยกับเงาของตัวองได้มาจากเพื่อนของผมคนนี้ คนที่ผมจะไม่สามารถถามเรื่องที่ผมสงสัย แล้วเขาตอบออกมาเป็นเรื่องตลกที่เข้าใจง่ายได้อีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมจำชื่อเขาได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และจำรอยยิ้มเขาได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“กูมีอะไรอยากบอกมึงไว้อย่าง ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้ มึงจะเครียดอะไรกับชีวิตนักหนา ดูอย่างกูนี่ พ่อกูก็ไม่เคยเห็นหน้า แม่กูก็ปากจัด มีเรื่องกับคนเขาไปทั่ว น้องกูก็แรด มึงดูสิ เรื่องมันน่าเครียดกว่า การที่มึงทำรายงานยากๆฉิบหายของมึงไม่เสร็จไหม ยิ้มซะบ้าง เพื่อน..รอยยิ้มมันต้องสร้างเอง ต่อไปมึงจะได้มีความฉลาดทางอารมณ์ ฮาฮา ..แบบกูไง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมยังจำได้อีกว่า เพื่อนของผมคนนี้สามารถจัดการเรื่องสารพัดภายในบ้าน ในขณะที่ผมเป็นเพียงผู้เฝ้ามองปัญหาเมื่อเกิดขึ้นมา ผมคิดว่าความขลาดกลัวของผม น่าจะได้สักครึ่งของเกียรตินิยมที่ผมสั่งสมมา ได้ออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์บ้าง จนเวลาที่มีปัญหา ที่ไม่ใช่การตีรูปประโยคสัญลักษณ์ การแทนค่า ในตำราเรียน ปัญหาที่อยู่ตรงหน้า ผมกับแก้มันไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมลืมไปหมดแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมไปงานศพเพื่อนของผม บรรยากาศเงียบเหงา ในกลุ่มเพื่อนของเรา ต่างเงียบซึม การจากไปอย่างกะทันหัน ทำให้ใครๆยังไม่อาจตั้งตัวรับมันได้...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใครจะสอนผมเล่นไพ่ ผมยังเล่นไม่เก่งเลย&lt;br /&gt;ใครจะสอนผมเล่นกีต้าร์ ผมยังเล่นเสียงบอดอยู่เลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ที่กูสอน มึงก็หัดจำไว้บ้าง กูไม่ได้ว่างสอนมึงทุกครั้งนะโว้ย ไอ้ห่าทีเรื่องเรียนงี้เสือกจำแม่น เออ..ซ้อมๆเล่นไปเหอะ เดี๋ยวก็ได้เอง มันสำคัญที่การฝึกโว้ย ไม่ใช่คนสอน กูสอนเท่าที่รู้ นอกนั้นอยู่ที่มึง สายกีต้าร์มึงก็อย่ากดแบบกะเทยหัดแมนได้ไหม เสียงมันจะได้ไม่บอดแบบนี้ อุตส่าห์จำคอร์ดได้เสือกเล่นเสียงบอด”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมทบทวนเรื่องราวต่างๆ เพื่อนของผมตายไปพร้อมกับรอยยิ้ม เขาเต็มที่กับทุกอย่าง โดยมาตรฐานของความเป็นคนธรรมดา ผมต่างหากที่กำหนดรูปแบบชีวิตให้มีความซับซ้อน มากเกินกว่าจะเข้าใจ ผมกำหนดมันขึ้นมาเองทั้งสิ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนนาทีที่ร่างเพื่อนของผมเข้าสู่พิธีฌาปน มันอาจเป็นจุดสิ้นสุดของการมีชีวิต แต่มันคือจุดเริ่มสำหรับผม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความทรงจำคือความสุขอย่างหนึ่ง ผมไม่เกี่ยงอีกแล้วว่า ความทรงจำของผม จะอยู่ในข้างดีหรือร้าย สิ่งที่ผมจำเป็นต้องทำ คือ จัดการกับสิ่งที่ผมเป็น ให้อยู่ในภาวะที่เป็นสุข เป็นสุขเท่าที่จะทำได้ เชื่ออย่างหนึ่งว่า ในชีวิตจริง ความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจที่สุด ไม่ใช่ปริญญาจากสาขาต่างๆ ทว่า คือมันคือ การสามารถไขปัญหาที่เกิดขึ้น และควบคุมมันได้ต่างหาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความสุขที่ได้รับเมื่อวันก่อน จะยังส่งผลให้วันนี้มีรอยยิ้ม และสาเหตุของความสุข มันอยู่ที่ใจของเราเท่านั้นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35254362-116443414515895634?l=plyfon.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://plyfon.blogspot.com/feeds/116443414515895634/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35254362&amp;postID=116443414515895634&amp;isPopup=true' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116443414515895634'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116443414515895634'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://plyfon.blogspot.com/2006/11/blog-post_25.html' title='สะกิดสุข'/><author><name>keerati</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17568021238578515354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35254362.post-116352325130300583</id><published>2006-11-14T22:18:00.000+07:00</published><updated>2006-11-15T23:21:31.586+07:00</updated><title type='text'>บางสิ่งที่มากับลมหนาว</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/2848/3919/1600/caca.jpg"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;img style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://photos1.blogger.com/blogger/2848/3919/320/caca.jpg" border="0" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;br /&gt;เสียงนาฬิกาไขลานบอกเวลา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;...*...*...*...*...*...*...*...*...*...*...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงเหง่งหง่างจำนวนสิบครั้ง นี่คือเวลาสี่ทุ่ม เวลานี้เป็นเวลาที่ลมพัดกลิ่นหอมแปลกๆมาทางหน้าต่าง ผ้าม่านไหวพริ้มไปตามจังหวะ จนสังเกตทิศทางซ้ำๆได้อย่างหลับตาเห็น ราวกับว่า ลมที่พัดเข้ามานั้นมีจังหวะเดิมๆไม่เคยเปลี่ยนเลยสักครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันเจ็บระบมบริเวณจมูก มันเป็นอาการของไซนัสอักเสบ ฉันชินกับอาการแบบนี้มานานกว่าปีแล้ว เมื่อมีอากาศเย็น และความชื้น นั่นจะทำให้ไม่สบายแบบนี้อยู่ออกบ่อย คนรอบข้างต่างรู้ดีถึงความอ่อนแอของร่างกาย และสุขภาพที่สะสมโรคขึ้นตามอายุ มีเพียงเขาที่ไม่เคยรู้ เขาจำใบหน้าสุดท้ายของฉันเมื่อปีไหนกัน...มันยาวนานจนจำได้เพียงแค่ว่า มันผ่านมานานมากเกินจะจำได้แล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลิ่นของดอกไม้ผสมกับกลิ่นสีจากโรงงานซ่อมรถ ผสมกันจนไม่ได้เรื่อง แต่ฉันก็หวังจะดอมดมกลิ่นจางๆของดอกไม้ที่หอมเพียงฤดูหนาวนี้เท่านั้น ...เนิ่นนานกว่าที่ต้นพญาสัตตบรรณจะส่งสัญญาณหอมเย็นๆไม่ว่าจะต้องเจือด้วยกลิ่นอื่นใดก็ตาม ก็ยินดีที่จะต้อนรับเอามาเป็นส่วนหนึ่งของลมหายใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฤดูที่ทำให้การก้าวย่างเท้าของฉันช้าลงเห็นจะเป็นที่ฤดูหนาว รายทางต่างๆมักทำให้ฉุกคิดถึงเรื่องที่เคยผ่าน ใครกันที่จะไม่เคยคิดถึงอดีต ทั้งที่ทำร้ายจิตใจ และส่งเสริมให้หัวใจได้มีรอยยิ้ม ฉันลืมยากมาก...และเต็มใจที่จะจดจำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อปลายปี พ.ศ.2532 เป็นปีที่อากาศหนาวแสนเศร้า..ครอบครัวเราไม่มีเตาผิง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความหนาวกัดกินครอบครัวจนทุกคนต่างเข้าใจได้ดีถึงความหนาวที่เรียกว่า หนาวเข้ากระดูก จะมีอะไรกันเล่าที่จะทำให้หายหนาว ความอบอุ่นจากที่ใดหรือ ในเมื่อเราไม่มีสิ่งนั้น ฉันสร้างความอบอุ่นในโลกเล็กๆ มีหนังสือคณิตศาสตร์ที่ไม่ค่อยชอบเรียน แต่ดีที่มีความหนา เอามาเป็นบ้านของตุ๊กตากระดาษ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตุ๊กตากระดาษแผ่นละ 2 บาท ถ้าอยากได้รูปที่สวยกว่าก็จะมีราคา 3 บาท( นี่ขนาดของเล่นเด็กประถม ยังมีชนชั้นเลย) ตุ๊กตากระดาษจะมีชุดให้เปลี่ยน มีหมวกให้สวม ฉันแกะออกจากแผ่นกระดาษ ติดทับร่างบอบบางของตุ๊กตาผมทอง วันนี้เธอจะไปงานเลี้ยง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กระโปรงสุ่มลายลูกไม้ ช่างชวนฝันถึงเจ้าหญิงเหลือเกิน ฉันเก็บตุ๊กตากระดาษในหนังสือคณิตศาสตร์ จนบวมปริ ในนั้นมีครอบครัว มีพ่ อ แ ม่ ลูก เพื่อนบ้าน และญาติพี่น้อง จำได้ว่าตั้งชื่อด้วยการเขียนด้วยดินสอกำกับเอาไว้ ชื่อก็มาจากคนที่รักทั้งสิ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวลาที่ใจสงบนิ่ง อย่างน้อยก็ร้อนรนน้อยลงนั้น ทำให้ได้พบบางสิ่งที่เรียกว่าตะกอน ...ตะกอนความคิด เป็นสิ่งที่ช่วยให้ได้ทบทวนและไตร่ตรองเรื่องว้าวุ่นนานา และฉันมักทำได้ในฤดูหนาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางสิ่งที่มากับลมหนาว นั่นคือความคิดถึง&lt;br /&gt;คิดถึงตุ๊กตากระดาษ ครอบครัวที่ถูกอัดแน่นในหนังสือคณิตศาสตร์เล่มนั้น&lt;br /&gt;ป่านนี้ความหนาวจะสามารถทดสอบความอบอุ่นที่มีได้อย่างไรไหม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับฉัน ในยามนี้ ลมหนาวไม่สามารถทำให้ฉันโหยหาความอบอุ่น เพราะฉันค้นพบมันแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงนาฬิกาไขลานบอกเวลา&lt;br /&gt;...*...*...*...*...*...*...*...*...*...*... *...&lt;br /&gt;เสียงนาฬิกาเพิ่มจำนวนครั้งที่ตีเป็นสิบเอ็ดครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความหนาวเร่งเร้าความคิดถึงอย่างอบอุ่น มาชดเชยให้แล้ว &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ถึงแม้ว่าเขาจะจำฉันได้เพียงตอนเป็นเด็กน้อยเท่านั้นฉันก็สุขใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35254362-116352325130300583?l=plyfon.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://plyfon.blogspot.com/feeds/116352325130300583/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35254362&amp;postID=116352325130300583&amp;isPopup=true' title='6 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116352325130300583'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116352325130300583'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://plyfon.blogspot.com/2006/11/blog-post_14.html' title='บางสิ่งที่มากับลมหนาว'/><author><name>keerati</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17568021238578515354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>6</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35254362.post-116343386743915976</id><published>2006-11-13T22:28:00.000+07:00</published><updated>2006-11-13T23:23:12.126+07:00</updated><title type='text'>ความรักของฟ้า</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/2848/3919/1600/sky.jpg"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;img style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://photos1.blogger.com/blogger/2848/3919/320/sky.jpg" border="0" /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt; &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#ff6600;"&gt;ถนนสายที่มีกลิ่นหอม...อาจมีบางสายที่เราคุ้น กับกลิ่นความหลังของค่ำคืนก่อน&lt;br /&gt;บางครั้งย้อนสะเทือนให้หัวใจต้องหยุดคิด...เวลาช่างผ่านไปไวเสียยิ่งกว่า&lt;br /&gt;ยิ่งกว่านาทีที่นกน้อยกระพือปีกสู่ฟ้าไกล&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#33cc00;"&gt;เจ้านกตัวเล็ก&lt;br /&gt;ประมาณค่ากำลังของตน ฟ้ากว้าง ช่างสูงเกินคะเน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;แรงปีกบางสะท้านลมแรงกรีดเรียวปีกช้ำ&lt;br /&gt;พอทานทนเพียงความสูงเหนือต้นไม้ใหญ่...เท่านี้หรือกำลังของตน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;นกน้อยยังหวัง ฟ้าที่สูงจะทำให้หัวใจตนเปลี่ยนความคิดอย่างไรไหม&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#990000;"&gt;เมื่อครั้งยังเยาว์&lt;br /&gt;มีคำสอนให้รู้จักคุณค่าของความรัก...ฟ้ากว้างไกลสักเท่าไรก็ยังปรารถนา&lt;br /&gt;ให้บินลิ้มความสุขและลมเย็นเพียงพอเท่าที่จะทำ&lt;br /&gt;หาใช่เกินกำลังแรงปรารถนา&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;เช่นนั้น นกน้อยจึงค่อยลดระดับฟ้า สู่กิ่งไม้ที่เพียงพอ&lt;br /&gt;พอเพียงต่อการสนทนากับปุยเมฆ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#003300;"&gt;ลมเย็น กลายเป็นดนตรีขับกล่อมให้วันคืนของนกน้อยนั้น ได้เข้าใจถึงความรัก&lt;br /&gt;ความรักบนฟ้าไกล..ยังได้ยินเสียงสะท้อนกลับมาว่า&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;คิดถึงเสมอ แม้เราไม่ใกล้กัน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#cc33cc;"&gt;แต่เราไม่เคยห่างกันเลย &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#cc33cc;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#ff6666;"&gt;เช่นกันกับถนนสายเดิม ที่พาเราแยกจากกันในตอนสุดท้าย สองมือเคยกุมเกาะ บัดนี้มีเพียงความรู้สึก&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#cc33cc;"&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;ฉันเชื่อแล้วว่า แม้เราห่างกันสักเท่าไหร่ แต่เราไม่เคยไกลกันเลยสักนาที&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35254362-116343386743915976?l=plyfon.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://plyfon.blogspot.com/feeds/116343386743915976/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35254362&amp;postID=116343386743915976&amp;isPopup=true' title='5 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116343386743915976'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116343386743915976'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://plyfon.blogspot.com/2006/11/blog-post_13.html' title='ความรักของฟ้า'/><author><name>keerati</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17568021238578515354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>5</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35254362.post-116321394924396408</id><published>2006-11-11T08:55:00.000+07:00</published><updated>2006-11-11T09:59:09.286+07:00</updated><title type='text'>แม่ครัวคนเก่ง</title><content type='html'>&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/2848/3919/1600/catt.jpg"&gt;&lt;img style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://photos1.blogger.com/blogger/2848/3919/320/catt.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;นับจากนาทีที่ฉันหลับตา ฉันยังไม่แน่ใจนักว่า สิ่งที่ได้รู้สึกขึ้นมานั้น เป็นความฝัน หรือความจริง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ในวันที่ฉันรู้สึกราวกับว่าตัวเองตัวเล็กลง...เล็กลง เหมือนเด็กน้อยคนหนึ่ง โลกมีอะไรอีกมากที่ฉันไม่สามารถเข้าใจได้หมดครบถ้วน และบางอย่าง ก็เข้าใจในแบบเพ้อฝัน มันเป็นเรื่องของจินตนาการที่แน่นอนว่า มันอาจห่างไกลจากความเป็นจริง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เคยไหมที่เล่นคนเดียว &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;อยู่คนเดียวแต่มีความสุข ในหัวมีจินตนาการที่สดใส ฉันเคย...ฉันคิดฉันเป็นแม่ครัว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ของเล่นพลาสิกรูปข้าวของเครื่องใช้ในครัวถูกวางเรียงกันที่ร่องสวนมะม่วง ร่มเงาทำให้บรรยากาศยามสาย ไม่ร้อนและมีลมที่พัดมาจากท้องร่อง เห็นระลอกริ้วน้ำเป็นขีดสาย มันสวย และน่ามอง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เก็บใบกระถิน ใบหญ้า และดอกไม้บางดอก มาปลิด หั่นเป็นสมมุติอาหาร อาหารกำลังลงหม้อ ฉันตักขาย จำได้ ฉันคิดว่า ทำอาหารขาย เดี๋ยวจะมีคนมาซื้อ ไม่นานฉันแปลงร่างเป็นคนซื้อ ...อาหารน่าตาน่ากิน ฉันเลือก หยิบ และจ่ายเงินใบไม้ อาหารวางซ้อนกันในพลาสติกรูปปิ่นโต...ฉันหยิบหิ้วย้ายไปอีกที่ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;วันนี้ขายของหมด นับเงินใบไม้...จะเอาไปซื้อขนมให้แ ม่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ที่บ้านสวน...จำได้ว่าน้ำท่วมบ่อย ของเล่นพลาสติกลอยตามน้ำไปแล้ว นั่นจานข้าว ปิ่นโต ช้อน ถ้วย และเงินใบไม้...ลอยไปไกล ออกสู่ลำคลอง..ฉันได้แต่มอง ของเล่นของฉัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;------------------------------------------------------------------------------------------------&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ฉันทำขนมไปให้เพื่อนกิน ขนมขาไก่ ที่ฉันตวงแป้ง ใส่ส่วนผสม นวด หมัก ปั้น และอบ ชิม.....ทำเองหมด แต่ครั้งนี้ไม่ได้ทำขาย แต่ทำให้เพื่อนกิน เพื่อนร้อง ขนมขาไก่ แข็งน้องๆหิน ฉันว่า มันออกจะกรอบกรุบน่าเคี้ยว ฉันหลอกตัวเอง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ไม่มีแม่ค้าขายขนม ไม่มีลูกค้า ไม่มีเงิน......................ไม่มีแม่ครัวคนเก่ง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;มีแต่ความจริง-------และความฝัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;จินตนาการที่ลบไม่ได้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;บางครั้งอยู่กับสิ่งที่คิดขึ้นเอง ก็สุขใจดี เพียงแต่ต้องเข้าใจเท่านั้นว่า &lt;strong&gt;&lt;span style="color:#6633ff;"&gt;มันไม่ใช่ความจริง&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35254362-116321394924396408?l=plyfon.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://plyfon.blogspot.com/feeds/116321394924396408/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35254362&amp;postID=116321394924396408&amp;isPopup=true' title='6 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116321394924396408'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116321394924396408'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://plyfon.blogspot.com/2006/11/blog-post_11.html' title='แม่ครัวคนเก่ง'/><author><name>keerati</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17568021238578515354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>6</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35254362.post-116308423682852402</id><published>2006-11-09T20:36:00.000+07:00</published><updated>2006-11-09T22:14:23.996+07:00</updated><title type='text'>ผู้สูงอายุในเวลาอันควร</title><content type='html'>&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/2848/3919/1600/7.jpg"&gt;&lt;img style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://photos1.blogger.com/blogger/2848/3919/320/7.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#990000;"&gt;&lt;strong&gt;บนถนนสายเก่า ถนนที่ต่อผ่านถนนพระรามที่สอง นั่นคือถนนตากสิน ที่จะนำไปสู่ถนนอีกหลายสาย และเป้าหมายปลายทางนั่นคือถนนพระอาทิตย์&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#000000;"&gt;เป็นเวลากว่า 8 ปี ที่สัญจรด้วนถนนสายเดิมๆนี้  สองข้างทางมีบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไป บางช่วงที่เคยร้าง บัดนี้กลายเป็นห้างสรรพสินค้า มีลานจอดรถที่ใหญ่กว่าโรงเรียน และวัด มีร้านทำผมที่เปิดกิจการราวดอกเห็ดหลังฝนตก ที่น่าสังเกต คือ อาคารพาณิชย์บางช่วงบิดร้างไปบ้างเช่นกัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เวลาเป็นสิ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างนั้นหรือ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff6600;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ใช่เวลา...หรือว่าหัวใจคน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ย่านโกวบ๊อเป็นย่านที่มีชาวจีนมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ป้ายรถเมล์นี้จะมีอาแปะ อาซิ่มโบกรถ เก่ๆกังๆ หอบร่างอ่อนโรยราไปยังจุดหมาย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ที่ใดกัน...โรงเจ...บ้านลูก...สวนสาธารณะ...ตลาด...หรือโรงน้ำชา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ในยามที่แสงแดดเตือนให้รู้ว่า"สายแล้ว" ทำให้อดร้อนรนไม่ได้ เมื่อเวลารถติด...อยากถึงที่หมายโดยไว แต่นั่นแหละนา การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน กติกาเป็นสิ่งบ่งบอกขอบเขตของตัวตนของเรา ว่าจะสามารถทะยานไปได้ไกลสักเท่าใด ในมิติเดียวกัน..ทำได้เพียงนั่งรอในรถประจำทางสายเดิม ที่บางวันจะพาใครคนนั้นขึ้นมายืนใกล้ๆ.ทำให้ลุ้นทุกครั้งเมื่อผ่านป้ายเดิมที่เขาเคยขึ้นมา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ป้ายโกวบ๊อ...อาซิ่มแก่ๆกับสัมภาระมากมาย ความแก่ทำให้งุ่นง่าน และทำอะไรด้วยสปีดที่ช้ากว่าใครเขาเพื่อน...โชคดี อาซิ่มได้นั่ง รอบม้านั่งมีถุง กระเป๋าอีกสองใบ อาซิ่มจะไปไหนกัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;"เวลาเท่าไหร่คะ...เก้าโมงครึ่งหรือยัง" กระเป๋ารถเมล์ถาม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;"ยังค่ะ"ฉันตอบ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;กระเป๋ารถเมล์หันไปพูดกับอาซิ่ม"ยังไม่เก้าโมงครึ่ง"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;"ตอนนี้กี่โมงคะ"กระเป๋ารถเมล์ถามฉันซ้ำอีก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;"เก้าโมงยี่สิบค่ะ"ฉันเริ่มสงสัย เกิดอะไรขึ้น ระหว่าง ฉัน..ผู้มีนาฬิกา อาซิ่ม..ผู้พกความชรามาด้วย และกระเป๋ารถเมล์ผู้ประพฤติตามกติกาทุกประการ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เวลา..เงิน..ความชรา มันเกี่ยวข้องกันอย่างไร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ป้ายวงเวียนเล็กก่อนขึ้นสะพานพุทธฯ เป็นปลายทางของอาซิ่มคนนั้น ขาขึ้นที่ว่าลำบากแล้ว ขาลงนี่อาซิ่มลำบากหนักกว่าเก่า รถเมล์เหมือนรู้ใจคนนั่งรอว่ากลัวไปสาย พยายามออกตัวทั้งที่แกยังขนของ...กระเป๋าใบโตปริเผยให้เห็นของบางอย่าง ถุงพลาสติกสีสันสดใสจำนวนมากถูกอัดอยู่ในนั้น อาซิ่มคงมาขายของ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;คนเริ่มบางตา เพราะผ่านป้ายสำคัญมาหลายป้าย คนเริ่มทยอยไปทำภาระกิจของตน..ได้เวลาเหลือบดูนาฬิกาอีกครั้ง เก้าโมงครึ่ง แล้ว &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#cc0000;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ทำไมนะ เวลานี้มันทำไมกัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ความสงสัยกระจ่างชัดในนาทีที่ถึงจุดหมาย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;บริเวณประตูรถประจำทาง มีเอกสารชี้แจงการลดหย่อนค่าโดยสารของผู้สูงอายุ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#cc33cc;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;9.30-15.30 น.&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ช่วงเวลานี้เท่านั้นที่จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้สูงอายุได้ แม้เพียง 10 นาทีก่อนถึงเวลาก็อนุโลมไม่ได้ เห็นจะมีอยู่เรื่องเดียวที่คนส่วนใหญ่ปฏิบัติรักษาอย่างเคร่งครัด &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;นั่นคือ &lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;ผลประโยชน์ของตนเอง&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#ff0000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#ff0000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#000000;"&gt;จนบางครั้ง ความแล้งน้ำใจจะกลายเป็นคุณธรรมที่น่าปฏิบัติมากกว่าความเมตตา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;กับผู้สูงอายุในเวลาอันควร (ช่วงเวลาที่การจารจรไม่คับคั่ง คือเวลานี้เอง 6 ชั่วโมง สำหรับคนแก่)&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35254362-116308423682852402?l=plyfon.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://plyfon.blogspot.com/feeds/116308423682852402/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35254362&amp;postID=116308423682852402&amp;isPopup=true' title='5 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116308423682852402'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116308423682852402'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://plyfon.blogspot.com/2006/11/blog-post_09.html' title='ผู้สูงอายุในเวลาอันควร'/><author><name>keerati</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17568021238578515354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>5</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35254362.post-116283904311351349</id><published>2006-11-07T01:18:00.000+07:00</published><updated>2006-11-07T02:26:16.836+07:00</updated><title type='text'>บัตรศักดิ์สิทธิ์</title><content type='html'>&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/2848/3919/1600/DSC00421%20copy.jpg"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;img style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://photos1.blogger.com/blogger/2848/3919/320/DSC00421%20copy.jpg" border="0" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;&lt;strong&gt;บัตรนักศึกษา เป็นบัตรที่นักเรียน นักศึกษาต่างมีไว้ประจำตัว เช่นเดียวกับบัตรประชาชน แต่สำหรับบัตรนี้ เป็นบัตรประชานักเรียน&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;สำหรับเด็กนักเรียนเล็กๆ ป้ายเรียกชื่อด้วยชื่อเล่นๆก็พอน่ารักดี และมีคำว่า น้องนำหน้า พอขึ้นชั้นประถม ป้ายเรียกชื่อก็หายไป มีเพียงชื่อที่ปักไว้ที่หน้าอกเสื้อ มีคำว่า ด.ช.---เด็กชาย และ ด.ญ.---เด็กหญิง นำหน้าชื่อจริง คราวนี้ชื่อเล่นจะถูกเรียกเฉพาะบุคคลเท่านั้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บัตรนักศึกษาจะใช้กับเด็กนักเรียนที่โตแล้วในระดับมัธยม โรงเรียนบางมดวิทยาเริ่มใช้บัตรนักเรียนมานานแล้ว ในปีที่เข้าเรียนนั้น บัตรเป็นกระดาษสีขาว ติดรูปที่ถ่ายโดยอาจารย์ท่านหนึ่งใต้ตึกพลานามัย บอกชื่อ นามสกุล รหัสนักเรียน และวันหมดอายุของบัตร ซึ่งป็นวันเดียวกับวันเกิด&lt;br /&gt;30 มีนาคม ของทุกปี บัตรนักเรียนหมดอายุของปีการศึกษานั้น แต่เรากลับมีอายุเพิ่มมากขึ้น เป็นวันฉลองวันเกิดที่น่ารักที่ทางโรงเรียนมอบให้อย่างไม่ตั้งใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อปี พ.ศ. 2539 โรงเรียนมีนโยบายรูดบัตรเพื่อขานชื่อ ต่อไปนี้จะไม่มีการเชคชื่อคนมาโรงเรียนตามห้องอีก ใช้รูดบัตรเอาเท่านั้น ในเวลานั้น ใครที่คิดต่างออกไปจะเรียกว่าเด็กมีปัญหา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ห้องเรียน ม4/2 ห้องอาจารย์อุดมลักษณ์ มีปัญหามากที่สุด มีคนไม่มาเรียนอย่างน่าอัศจรรย์ หนึ่งในนั้น มีรองหัวหน้าห้องที่ขึ้นชื่อว่าเรียบร้อยที่สุดรวมอยู่ด้วย การประชุมเครียดเกิดขึ้นในโรงยิม อาจารย์อุดมลักษณ์ไต่ถามถึงเรื่องทั้งหมด ถึงสาเหตุที่ไม่ยอมรูดบัตรกัน จับใจความได้ว่า เด็กนักเรียนต่างไม่เห็นด้วย กับการรูดบัตร เพียงเพื่อแสดงตัวว่ามาโรงเรียนแล้ว ทั้งที่อาจารย์ฝ่ายปกครองเองก็เห็นหน้าว่ามาเรียนหนังสือ แต่กลับยอมขีดว่าขาดเรียนในสมุดบันทึก เป็นไปได้อย่างไรที่สมองของคนจะยอมรับการประมวลผลของเครื่องคอมพิวเตอร์ มากกว่าสายตา และหัวใจตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เย็นนั้น ผลการประชุมเป็นคำขาดว่า ให้ทุกคนรูดบัตร อย่ามีข้อแม้ว่าอยากเป็นตัวของตัวเอง อย่าขัดขืนด้วยสาเหตุเช่นนี้ อาจารย์ท่านนี้กล่าวต่อว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ถ้าเรื่องเท่านี้ยังอดทนไม่ได้ ....ฉันรู้พวกแกอึดอัดกับความบ้าบอของฝ่ายปกครอง แต่ วันข้างหน้า มันยังมีกฏอะไรอีกมากที่พวกแกต้องเจอ จะอดทนกันได้หรือ ฉันขอถามพวกแกเท่านี้"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#990000;"&gt;&lt;strong&gt;เพียงเท่านี้&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะเรียกว่าสำนึก หรือความกลัว หรืออะไรก็ตาม นักเรียนห้อง ม.4/2ไม่เคยขาดเรียนแบบยังลอยหน้าเดินเพ่นพ่านในโรงเรียนอีก ทุกวันเกิดเครื่องรูดบัตรจะมีเสียงอวยพรวันเกิดของนักเรียนคนนั้นๆ สำหรับคนที่เกิดในวันบัตรหมดอายุ และตรงกับวันปิดภาคเรียนก็อดได้ยินไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บัตรนักศึกษาในมหาวิทยาลัย มีความสามารถเป็นได้มากกว่าการแสดงตัวตนในมหาวิทยาลัย ใช้เป็นบัตรรูดเงินฝาก และยังเป็นบัตรส่วนลดราคาหนังสือในร้านหนังสือของมหาวิทยาลัยเฉพาะเล่มที่ร่วมรายการ ไม่มีการรูดบัตรทุกครั้งที่เดินเข้ามหาวิทยาลัย ไม่มีการประกาศชื่อนักศึกษาขาดเรียน ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับฝ่ายปกครอง ทุกคนเป็นไท ในกรอบเล็กๆที่ตั้งกันเอง ยอมรับกันเอง เป็นสังคมใหญ่ที่มีความเงียบเหงาคอยควบคุม ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย บัตรนักศึกษาที่ไม่ต้องรูดพร่ำเพรื่อ ไม่มีเสียงเพลงอวยพรวันเกิด ไม่มีวันหมดอายุที่ 30 มีนาคมของทุกปี ความพอใจของการหมดอายุของบัตร อยู่ที่ความสามารถของนักศึกษาว่าจะเรียนในมหาวิทยาลัยกี่ปีในเกณฑ์ที่ตั้งไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บัตรนักศึกษาของผู้ที่ต้องการศึกษา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คงไม่ต่างสักเท่าใดนักกับบัตรพนักงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บัตรพนักงานเป็นยิ่งกว่าการเชคชื่อเข้าโรงเรียน..คือยังเป็นกุญแจเปิดประตูเข้าไปในบริษัทอีกด้วย ทั้งที่คุณยามก็รู้ว่าทำงานอยู่ที่นี่ หากไม่มีบัตรรูดก็จะแจ้งต่อฝ่ายบุคคลเพื่อดำเนินการปรับฐานลืมนำบัตรมารูดต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บัตรพนักงานไม่มีวันหมดอายุบอกล่วงหน้า อาจหมดอายุแบบสายฟ้าแลบ หรือหมดอายุโดยตัวเราเป็นผู้กำหนด ขึ้นอยู่กับบริบท และปัจจัยต่างๆ กำหนดทันทีแบบเฉียบพลันไม่ได้ เพราะบางครั้ง สายฟ้าที่แลบนั้นก็เป็นสายฟ้าที่ผู้อื่นกำหนด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกครั้งที่ถึงวันเกิด ของรองหัวหน้าห้อง ม. 4/2 จะมีเสียงเพลงอวยพรวันเกิดที่ร้องขึ้นในใจ ทุกครั้งที่รูดบัตร บางคำของครูท่านั้นยังเตือนเสมอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ถ้าเรื่องเท่านี้ยังอดทนไม่ได้ ....ฉันรู้พวกแกอึดอัดกับความบ้าบอของฝ่ายปกครอง แต่ วันข้างหน้า มันยังมีกฏอะไรอีกมากที่พวกแกต้องเจอ จะอดทนกันได้หรือ ฉันขอถามพวกแกเท่านี้"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งที่ไม่อยากห้อยบัตรพนักงาน ก็ต้องอดทน เพราะนี่คือกฏที่ออกขึ้นโดยผู้ว่าจ้าง ตราบใดที่ยังอยากทำงาน และมีเงินเดือน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;จงห้อยบัตรศักดิ์สิทธิ์นั้น&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35254362-116283904311351349?l=plyfon.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://plyfon.blogspot.com/feeds/116283904311351349/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35254362&amp;postID=116283904311351349&amp;isPopup=true' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116283904311351349'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116283904311351349'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://plyfon.blogspot.com/2006/11/blog-post_07.html' title='บัตรศักดิ์สิทธิ์'/><author><name>keerati</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17568021238578515354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35254362.post-116274489409610909</id><published>2006-11-05T21:26:00.000+07:00</published><updated>2006-11-05T23:41:34.163+07:00</updated><title type='text'>หนาวละอองเทียน</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;color:#cc0000;"&gt;&lt;strong&gt;ตะวันจวนอับแสง..แต่วันนี้ท้องฟ้าที่ว่ากล้างเท่าสายตามองนั้น จะเป็นเสมือนเวทีโล่งให้จันทร์ลอยเด่นสมเป็นเดือนเพ็ญ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;คืน 15 ค่ำเดือน 12 เป็นคืนที่ใครต่างเฝ้ารอ เพราะเป็นคืนที่สายน้ำจะวับแวมไปด้วยแสงไฟดวงเล็ก ลอยเรื่อยจนกว่าลมพัดดับหาย ไปทีละดวง ชุมชนย่านวัดสังเวชวิศยาราม ถนนสามเสน  บางลำพูนั้น มีเด็กอายุไม่เกิน 13 ปีจำนวนไม่น้อย ที่ชื่นชอบเทศกาลต่างๆที่ชุมชนจัดขึ้น ครั้งนี้ก็เช่นกัน เทศกาลลอยกระทงที่ 1 ปี จะจัดเพียงสักครั้ง ทว่าครั้งนี้ พิเศษกว่าที่แล้วมา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เมื่อเดือนก่อนถึงวันสำคัญนี้ แม่น้ำเจ้าพระยามีระดับสูงกว่าที่ควรจะเป็น ทั้งน้ำเหนือ ฝนตก และน้ำทะเลหนุน น้ำท่วมเข้าบ้าน รอยยิ้มของเด็กๆเริ่มขึ้น เพราะในเวลานั้น พวกเขายังไม่เปิดเทอม บ่อยครั้งที่มานั่งพักสายตาจากการทำงานในเวลาเที่ยง จะพบพวกเขาเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#ff0000;"&gt;&lt;strong&gt;สระว่ายน้ำในฝัน&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;บริเวณลานออกกำลังกายของสวนสันติชัยปราการ มีระดับน้ำที่เข้ามาถึงครึ่งน่องขาผู้ใหญ่ เด็กทั้งชายหญิง เล่นน้ำสีขุ่นอย่างสนุกสนาน กระโดดไป-มา  บ้างตีลังกาจนน้ำแตกกระเซ็น..ทำให้คนที่พบเห็นแถวนั้น อมยิ้ม จะอะไรเสียอีกเล่า ก็ในเวลานั้น ตะวันมันตรงหัว น้ำเย็นกับอากาศร้อน เด็กสนุกได้อย่างไร ไม่ช้ามีเสียงเอ็ดลั่นของผู้ปกครองที่เข้าใจว่าน่าจะเป็นแ ม่ของเด็กคนไหนสักคนในจำนวนนั้น ไล่ให้ขึ้นมาเพราะเกรงว่าจะไม่สบายเสียก่อนเปิดเทอม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ชุมชนที่เข้าใกล้วัฒนธรรมการกินอยู่แบบเมือง มีรูปแบบการใช้ชีวิตที่ต่างออกไป การประกอบประเพณี พิธีกรรมอะไรต่างๆนานา ล้วนเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว การแสดง และเงินตรา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;วันนี้ 15 ค่ำเดือน 12..สองริมฝั่งแ ม่น้ำเจ้าพระยา มีเสียงหัวเราะด้วยความสำราญของคนเมืองที่ห่างไกลแ ม่น้ำ และใคร่ที่จะรื่นเริงกับประเพณีที่เชื่อว่าสืบทอดมาอย่างยาวนาน ในเสียงหัวเราะนั้น เสียงสะอื้นคละกลั้วตามมาด้วย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ใครจะเข้าใจถึงความทุกข์ได้ดีเท่าผู้เคยประสบ น้ำท่วมเป็นสิ่งบั่นทอนนานาสรรพกิจของชีวิตเช่นกันในวันนี้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ละอองเทียน และควันจางของธูปบูชาพระแ ม่คงคา ลอยล่องตามสายธารแห่งศรัทธา ทุกคนลอยความทุกข์โศกเพื่อมีความหวังและกำลังใจในการใช้ชีวิต คนบางคนเชื่อเช่นนั้น  บางคนอธิษฐานให้ตนเองได้พบกับความสุขบ้าง ในภายภาคหน้า เพียงประนมมือขอพรแม่น้ำสายใหญ่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แต่ไม่ใช่กับครอบครัวริมแม่น้ำบางครอบครัว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เจ้าพระยาเอ่อล้นสมเป็นคืนเพ็ญ..คืนที่ระดับน้ำสูงขีดสุด คืนนี้ที่หลายบ้านตาตื่นเพื่อเฝ้ามองแสงไสวของเทียนจากกระทงบูชา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;*&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;*&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;*&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;*&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ในคืนที่แสงจันทร์ทำหน้าที่สมบูรณ์ ประเพณีลอยกระทงสมบูรณ์ เด็กๆระแวกชุมชนวัดสังเวชทำหน้าที่บริการนำกระทงออกไปลอยให้เพราะน้ำท่วมเกินกว่าจะง่ายสะดวกลงทุนเปียกชุ่มเอง เพื่อ แลกกับค่าขนมที่เจือรอยยิ้ม เด็กอาจสนุก...และเต็มใจ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ยังมีอีกหลายบ้านที่เปรียบเสมือนผู้ใฝ่มองเวทีบนพื้นล่าง จบม่านการแสดงลง หวังว่ากระทงใบสุดท้ายจะไม่ลอยพัดเข้ามายังบ้านเรือนที่จมน้ำอยู่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;และละอองเทียนจะไม่กลายร่างจากผู้นำทางเป็นเพลิงเผาบ้านผู้อาภัพให้วอดดับจมลงอีกครา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ค่ำคืนที่แสนหนาวจากละอองเทียน จะมีสักกี่คนที่ได้สัมผัส&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;หากไม่เคยได้ลิ้มรสชาตินั้นเลยทั้งชีวิต&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35254362-116274489409610909?l=plyfon.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://plyfon.blogspot.com/feeds/116274489409610909/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35254362&amp;postID=116274489409610909&amp;isPopup=true' title='4 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116274489409610909'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116274489409610909'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://plyfon.blogspot.com/2006/11/blog-post_05.html' title='หนาวละอองเทียน'/><author><name>keerati</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17568021238578515354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>4</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35254362.post-116262488604610396</id><published>2006-11-04T14:18:00.000+07:00</published><updated>2006-11-04T14:21:26.056+07:00</updated><title type='text'>ความเหงากับจานปลาทู</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;กลิ่นหอม...หอมของปลาทู...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;ฉันจำได้ปลาทู------------หอม..หอม..อืมมมมม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;ปลาทูย่าง อาหารค่ำของเรามื้อนั้นเธอแบ่งปันฉัน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;ในจานสังกะสีปลาทูตัวเล็ก &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;เธอว่าเราก็แบ่งกันได้...แบ่งปันกัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;ปลาทูเหลือเพียงก้าง และหัวปลาอมยิ้ม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;เราอิ่มท้อง..เธอ-ฉัน อิ่มท้องที่มีความรักและปลาทู&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;จานว่างเปล่า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;ท้องว่างเปล่า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;ใจว่างเปล่า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;นานแล้วที่เธอไม่อยู่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;ยังคงมองจานใบเก่า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;ที่เคยมีปลาทูย่าง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;หอม...หอม...ที่เราแบ่งกันกิน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;ฉันสะดุ้งตื่น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;เหลือบมองดูจานพลาสติกใบใหม่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;กับอาหารเม็ด ที่มีกลิ่นปลาทู&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;ใจยังโหยหาแมวในความฝันตัวนั้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;ฉันตะล่อมเลียอาหารเม็ดรูปแปลกและกลิ่นปลาทูปลอม...ปลอม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;ในจานพลาสติก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;ฉันเหงาแต่ฉันต้องกิน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;ด้วยความหิวเพื่อคืนนี้จะขอหลับตาฝันถึงเธอ..และปลาทูหอม--หอม &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;ในจานสังกะสีใบเดิม&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35254362-116262488604610396?l=plyfon.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://plyfon.blogspot.com/feeds/116262488604610396/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35254362&amp;postID=116262488604610396&amp;isPopup=true' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116262488604610396'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116262488604610396'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://plyfon.blogspot.com/2006/11/blog-post.html' title='ความเหงากับจานปลาทู'/><author><name>keerati</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17568021238578515354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35254362.post-116162327657975036</id><published>2006-10-23T22:19:00.000+07:00</published><updated>2006-10-24T00:36:45.816+07:00</updated><title type='text'>รางวัลความรัก</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/2848/3919/1600/DSC00409%20copy.jpg"&gt;&lt;img style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://photos1.blogger.com/blogger/2848/3919/320/DSC00409%20copy.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#660000;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ไต่เต้าเงาเมฆเจ้าไร้รูป&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;นี่หนาจูบแผ่นดินกี่ค่ำเช้า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ผ่านลมร้อนลมหนาวกี่คืนยาว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เพื่อเติมก้าวสู่ความฝันที่หมั่นคอย&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#660000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#660000;"&gt;**&lt;/p&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ทีละนิดจิ๊ดจ้อยค่อยคอยถัก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เติมความรักเติมชีวาไม่ล้าถอย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ก้าวเถิดก้าวยาวหรือย่อไม่ท้อรอย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ที่ก้าวมาห่างนับร้อยจากจุดเดิม&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;**&lt;/p&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#006600;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เพื่ออะไรนั่นหรือ คือความรัก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ให้หมั่นหนักชักชวนเพลงครวญเสริม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;นี่หนาเจ้าเห็นไหมใจเจ้าเจิม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เติมแต่งเพิ่มความสุขที่ยินดี&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#006600;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#006600;"&gt;**&lt;/p&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;รางวัลนี้คือรอยยิ้มพริ้มหายเหนื่อย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ระหว่างทางที่เดินเรี่อยซับเหงื่อนี้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ให้กำลังใจคงมั่นหมั่นพียรดี&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เพื่อก้าวไกลไปถึงที่หมายหัวใจ.&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;***&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;แด่ 22 ตุลาคม 2549.มิตรภาพไม่เสื่อมคลาย ....สหาย...ญาติน้ำหมึก ที่บ้านพี่วินทร์&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35254362-116162327657975036?l=plyfon.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://plyfon.blogspot.com/feeds/116162327657975036/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35254362&amp;postID=116162327657975036&amp;isPopup=true' title='4 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116162327657975036'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116162327657975036'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://plyfon.blogspot.com/2006/10/blog-post_116162327657975036.html' title='รางวัลความรัก'/><author><name>keerati</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17568021238578515354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>4</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35254362.post-116144124042706632</id><published>2006-10-21T20:22:00.000+07:00</published><updated>2006-10-21T21:34:01.030+07:00</updated><title type='text'>ความเหงา(เมื่อลมหนาวผ่านพัด)</title><content type='html'>&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#cc6600;"&gt;&lt;strong&gt;ลมพัดเข้ามาที่หน้าต่างเมื่อเช้านี้ เหมือนหน้ากระดาษแห่งฤดูกาลถูกฉีกออก................"&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;หน้าหนาวแล้วสินะ&lt;/span&gt;"&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อปีที่แล้ว จำได้ว่าบรรยากาศแบบนี้ ช่วงเวลาแบบนี้ ฉันไปดูโบราณสถานที่จังหวัดจันทบุรี ไปนอนที่ท่าแฉลบ และดื่มกินกับเพื่อนริมทะเลป่าชายเลน ไม่มีบรรยากาศโรแมนติกอะไรทั้งสิ้น มีแต่เสียงหัวเราะกับเรื่องที่ยังพกพามาจากกรุงเทพฯ นี่จะเป็นการเดินทางไปต่างจังหวัดครั้งสุดท้ายของพวกเรา...เพื่อนร่วมห้องเรียนที่เฮฮาเหลือเกิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระหว่างวันฉันบันทึกภาพหมาตัวหนึ่ง มันเป็นหมาขี้เรื้อน สีผิวของมันจับได้ว่าเป็นสีขาว มันเป็นหมาขี้เรื้อนที่ขนเกรียน ตามแขนขา และแผ่นหลัง มีริ้วรอยของการเกาเป็นแผลสีแดงอมชมพู มันทำหน้าง่วง ทั้งที่แดดจ้า มันยังง่วงนอน &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;img style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://photos1.blogger.com/blogger/2848/3919/320/dogg.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในแววตาของมัน ฉันไม่รู้หรอกว่ามันเห็นฉันเป็นอย่างไร แต่ในสายตาฉัน ฉันมองเห็นว่ามันช่างน่าสงสาร...ฉันมักจะคิดถึงเรื่องราวเก่าๆ ไม่ว่าจะคิดถึงอะไร ฉันมักพยายามจินตนาการ หรือมองย้อนกลับไปในช่วงเวลาก่อนหน้าที่จะเป็นปัจจุบันให้ฉันได้สัมผัส มันอาจเป็นนิสัยที่ติดมาจากการคิดเรื่องรูปทรงสันนิษฐานของโบราณสถานก็ได้ มันเป็นธรรมดาไปแล้วที่ฉันจะคิด จะมองอะไรแบบนั้น และฉันคิดถึงตอนที่มันเป็น&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#003333;"&gt;หมาเด็ก&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#003333;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;ฉันของตั้งชื่อมันว่า &lt;span style="color:#3366ff;"&gt;&lt;strong&gt;นมอุ่น &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;นมอุ่นน่าจะเป็นลูกหมาที่แข็งแรง สังเกตุจากร่างกายที่กำยำ เจ้าเนื้อ น่าจะเป็นหมาที่มีความสามารถในการกินสูงเข้าท่าดี นมอุ่นหูตั้ง และหางดาบ นี่เป็นลักษณะของหมาหล่อ มันน่าจะเคยมีหมารัก และมีครอบครัว ก่อนที่จะเจอกับโรคเรื้อนแบบนี้&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันคิดว่าถ้านมอุ่นได้รับการรักษาสักนิด อาการเหล่านี้คงค่อยๆทุเลา และกลับมาเป็นหมาหล่อ มีชีวิตที่ร่าเริง สมวัยหมาได้อีกครั้ง แต่นมอุ่นไม่มีเจ้าของ ไม่มีปลอกคอ นมอุ่นนอนข้างทาง ไม่ช้า โรคภัยคงเร้าชีวิตให้ห่อเหี่ยวลง ใบหน้าที่เคยมีรอยยิ้ม ค่อยๆจางหาย มีเพียงสีหน้าที่แสดงอาการเจ็บป่วย อากาศหนาวเย็น ยิ่งทำร้ายร่างกาย ขนที่เคยป้องกันอากาศหนาว ก็ไม่ค่อยเหลือไว้ทำหน้าที่ของมัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หนึ่งปีแล้ว ระยะทางแสนไกล จากกรุงเทพฯ - จันทบุรี ป่านนี้มันจะเป็นอย่างไรบ้าง ฉันได้แต่คิดถึง เมื่อนาฬิกาแห่งฤดูกาลผ่านมาอีกรอบ ช่างไวเหลือเกิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความเหงาในแววตาหมาหนุ่ม มันจะประมาณเดียวกับฉันไหม...ฉันเหงาเพราะอะไรหรือ เวลาของฉัน ที่ใครๆเห็น ฉันสร้างรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความสนุกสนาน แต่ลึกๆฉันยังเหงา ความเหงาของฉัน ...ฉันมาลองคิดก่อนหน้านั้นเคยมีไหม...ใช่ มันมี..แต่ไม่ใช่แบบนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อยังเด้ก ฉันเป็นเด็กที่ขี้เหงาที่สุด(ในบ้าน) ฉันวาดรูปและเขียนเรื่องกำกับบนนิทาน กระดาษเหล่านั้น บางแผ่นฉันยังเก็บรักษาเอาไว้ มันนอนนิ่งคุยกันกับกระดาษแผ่นก่อนอย่างเพลิดเพลิน จินตนาการตอนเด็กๆ มันช่างสวยงาม น่ารัก ฉันชมตัวเองนะว่า ฉันตอนเด็กน่ารักมาก ชอบเล่นกับต้นไม้ ปลา และแมลงเต่าทอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลางคืนฉันวางแผนในหัว ว่าวันพรุ่งนี้จะไปเล่นกับอะไร ที่ส่วนไหนของบ้าน ฉันขี้เหงานะ เหงาจริงๆ แต่คนอื่นคิดว่าฉันอยู่ได้ เล่นคนเดียก็ได้..ใครบอกกัน ฉันไม่เคยเล่นคนเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวลานี้สิ ที่ฉันอยู่คนเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากการเดินทางไปจันทบุรีเที่ยวนั้น ฉันได้พบกับเพื่อนๆบ้าง การงานของพวกเราขีดแบ่งให้เราต้องห่างกัน ตามทางของตนเอง บางคนไปเป็นอาจารย์ ,นักวิชาการ ,ไกด์ หรือแม้แต่ทำงานที่เก่าของตัวเอง บ้างก็เป็นสถาปนิก นายธนาคาร หรือบางคนก็ว่างงานอยู่ ห้องเรียนว่างแล้ว เก้าอี้ยังรอให้นักเรียนคนต่อไปมาสวมทับ และเดินจากไปอยู่อย่างนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff6600;"&gt;นี่สิคือสิ่งที่ใช่ที่สุด เป็นสิ่งที่แท้จริงที่สุด นั่นคือ ความแปรเปลี่ยน&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลมหนาวจางหายไปเมื่อแดดอ่อนๆค่อยๆสาดแสง เวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ฉันได้เรียนรู้ถึงความรู้สึก ...ความเย็น และความร้อน กลายเป็นความอุ่น มันช่างอุ่นสบายตัวอยากให้เจ้านมอุ่น ได้รู้สึกแบบนี้บ้าง ป่านนี้มันยังคันผิวอยู่ไหม &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ลมหนาวผ่านพัด ใช่เพียงนำการเปลี่ยนของฤดูฝน ให้จางหาย ทว่า ได้นำความเหงา ที่เคยทักทายกันเมื่อปีก่อน กลับมาอย่างใจเย็น &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;คิดถึงคนบางคนที่ปลายขอบฟ้า  เราเคยสัญญาว่าจะไม่มีวันพบกัน เธอทำได้ไหม ฉันทำได้ไหม  ไม่มีใครรู้&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ไม่แน่ว่า การพบกันของเราอาจเกิดขึ้นแล้วโดยที่เราไม่ทันรู้ตัว อาจเป็นการเบียดเสียดบนรถเมล์คันไหนสักคัน การเข้าคิวซื้อของอะไรสักอย่าง หรือแม้แต่ เราอาจเคยนั่งเก้าอี้ตัวเดียวกันแล้ว เพียงแต่ต่างเวลากัน เท่านั้นเอง&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35254362-116144124042706632?l=plyfon.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://plyfon.blogspot.com/feeds/116144124042706632/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35254362&amp;postID=116144124042706632&amp;isPopup=true' title='7 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116144124042706632'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116144124042706632'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://plyfon.blogspot.com/2006/10/blog-post_21.html' title='ความเหงา(เมื่อลมหนาวผ่านพัด)'/><author><name>keerati</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17568021238578515354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>7</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35254362.post-116128554403726325</id><published>2006-10-20T02:08:00.000+07:00</published><updated>2006-10-20T02:19:04.050+07:00</updated><title type='text'>หนังสือเล่มนั้น(2)</title><content type='html'>&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/2848/3919/1600/q_1903.jpg"&gt;&lt;img style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://photos1.blogger.com/blogger/2848/3919/320/q_1903.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“วันนี้ผมจะพาไปกินก๋วยเตี๋ยวไก่ที่อร่อยที่สุด” ลิขิตชี้ไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวตรงข้ามโรงพยาบาล เขาล้วงมือซุกกระเป๋ากางเกงและยิ้มก่อนที่จะเอ่ยเบาๆ “วันนี้ฉันเลี้ยง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แหม รวยจริงนะ ไม่ต้องหรอกนะ ฉันต่างหากต้องขอบใจที่เธอให้ฉันยืมหนังสือ ถ้าไม่ได้เล่มนั้นกลับไปทำต่อที่บ้านนะ รายงานฉันต้องแย่แน่ๆเลย ขอบใจนะ”&lt;br /&gt;“ถ้างั้นรีเลี้ยงผม ผมขอสองชาม”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ได้...ได้...จำไว้”&lt;br /&gt;ก๋วยเตี๋ยวไก้เคล้าลมเย็นๆทำให้น้ำซุปร้อนอุ่นเร็วกว่าเดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การนั่งเรือข้ามฟากกลับมาฝั่งท่าช้าง เป็นบรรยากาศที่สวยงามกว่าขาไป ท้องอิ่มทำให้รอยยิ้มสวยงามกว่าเก่า ลิขิตนั่งริมสุด สายตาทอดลงต่ำ มองเห็นริ้วน้ำที่พัดพาผักตบชวามาใกล้ๆ ในกองผักเหล่านั้น มีตุ๊กตาหนึ่งตัว เป็นตุ๊กตาหมีน้ำน้ำตาลหม่น ขนที่เคยพองกอดกัดกลมเมื่อต้องกับน้ำ ผักตบชวาพยุงร่างไว้ไม่ให้ต้องจมดิ่งจนมิดหัว ที่คอตุ๊กตาหมียังมีโบว์ลายจุดสีแดงผูกอยู่ สายตาของลิขิตมองตามไปจนลับ เมื่อลำเรือหมุนหันเพื่อเทียบฝั่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อยากได้หรอ”นารีพูดกลั้วยิ้ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เอ้ย บ้าแล้ว ผมไม่ใช่ตุ๊ดนะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ทำไม เป็นตุ๊ดมันผิดตรงไหน ออกจะน่ารัก ฉันมีเพื่อนเป็นเพศที่สาม ที่สี่ ที่ห้าเยอะแยะ ไม่เห็นมันจะต่างจากคนอื่นตรงไหน อยากได้ก็บอกนะ จะซื้อให้ ไอ้ตุ๊กตาหมีเนี่ย” นารีหัวเราะลั่น “ไปกลับบ้าน จะเข้าคณะต่อไหม เราจะไปนอนหอเพื่อนหน่ะคืนนี้ คงขึ้นรถเมล์หน้าวังเนี่ยแหละ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“กลับ ผมจะเข้าไปทำงานต่อ ผมว่าคืนนี้จะค้างที่นี่หล่ะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ให้ไปส่งไหม แหนะ ยิ้มสิ ล้อเล่น มันดึกแล้ว สองทุ่มครึ่ง เราสองคนนี่ทำอะไรช้าเหมือนกันนะ ว่าไหม”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลิขิตยิ้มให้นารีก่อนแยกย้ายกันที่หน้าประตูทางเข้า ไม่ถึงสามลมหายใจเข้าออกเขารีบหันหลังกลับมาที่นารีอีกครั้ง เขาหยิบหนังสือเล่มเล็กส่งให้เธอ ความจริงเขาตั้งใจว่าจะให้นารีตั้งแต่ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ ลังเลจนเกือบลืม หนังสือเล่มบางถูกห่อด้วยกระดาษไข เนื้อบางตายังคงมองเห็นปกสีเขียว หนังสือที่มีชื่อว่า “อะไรหรือ ที่เธอเรียกว่าความรัก” เป็นรวมบทความที่ให้กำลังใจของนักเขียนหญิงคนหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โอโหแหะ มีของขวัญ ถามจริง เธอชอบฉันเปล่าเนี่ย”นารีพูดพลางหยิบหนังสือนั้นมาดู&lt;br /&gt;“อืม เพิ่งรู้หรอ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เฮ้ย พูดเล่น เอาจริงดิ เป็นแฟนฉันต้องอดทนนะ ฉันเจ้าชู้...อ่ะ..อ่ะ ล้อเล่น อืมขอบใจนะ เดี๋ยวคืนนี้อ่านเลย ไปเหอะ รีบไปทำงานไป แล้วจะโทรหานะ ไปสิ............เอ้ ช้าจริง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นารีดันหลังลิขิตเข้าประตูไป แล้วจึงข้ามถนนไปรอรถเมล์ที่วิ่งผ่าน หน้าหอศิลป์ ประตูตรงกันกับที่นารียืนรอนั้น ลิขิตยังไม่วางสายตาจากไป ดูเหมือนกับว่า เขายังมีอะไรบางอย่างที่อยากจะบอกกับนารีในค่ำนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สายไปเสียแล้ว รถประจำทางสาย 124 แล่นผ่านมา นอกจากจะบดบังร่างของนารีแล้ว ยังนำเธอจากไปจากที่ยืนนั้นอีกด้วย นารีเปิดหนังสือเล่มนั้นออกอ่าน พลันเห็นกระดาษแผ่นเล็กที่สอดไว้ข้างในนั้น&lt;br /&gt;“รอผมเหมือนเดิมนะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ตาบ้าเอ๊ย ใครมันจะว่างไปรอบ่อยๆ” นารีกดหมายเลขโทรหาลิขิต ไม่มีใครรับสาย เธอวางสายแล้วโทรออกอีกครั้ง เหมือนเดิมอีก ไม่มีใครรับสายเช่นเดิม&lt;br /&gt;ความรู้สึกเก่าๆ เรื่องราวเก่าๆของนารี ย้อนกลับมา เพียงแค่ปลายสายไม่รับหรือติดต่อกลับมาเท่านั้น เรื่องที่ทำเธอฟูมฟาย ได้แต่อดกลั้น และพลิกหนังสือเพื่ออ่านระหว่างเวลาที่เดินทางไปบ้านเพื่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลมแรงพัดเข้ามา เรือนผมสยายแตกตัวเป็นเส้นสาย ละอองน้ำพักเข้ามาปะทะใบหน้า เป็นเวลาที่ฝนเริ่มบรรเลงบทเต้นรำ เวลาของความสุขสั้นกว่าที่คิด นารีไม่อยากอดกลั้น รถประจำทางสายเดิมหยุดจอดติดไฟแดงที่แยกนั้น แยกที่เธอมองเห็น หญิงคนหนึ่งถูกผลักล้มลงท่ามกลางฝนที่เทกระหน่ำ กองสมุดสามสี่เล่มกระจายตามพื้นที่นองไปด้วยน้ำคละคราบไคลถนน ชายร่างสูงเดินจากไป หญิงสาวช่างน่าสงสาร เสื้อสีขาวเปื้อนโคลนจากดินข้างถนนนั้น&lt;br /&gt;นารีถูกปลุกจากภวังค์ด้วยเสียงและการสั่นตัวของโทรศัพท์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“สวัสดีครับ รี โทรมามิอะไรเปล่าครับ พอดีวางโทรศัพท์ไว้อีกที่หนึ่งหน่ะ ขอโทษด้วยที่ไม่ได้รับสาย” นารียิ้มเมื่อได้ฟังคำปลอบจากภาพเหตุการณ์เมื่อสักครู่ ความทรงจำสีหมองที่เธออยากลืม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อ่านหนังสือเล่มนั้นดีๆนะ บางหน้ามัน...”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เห็นแล้ว มีกระดาษของเธอสอดอยู่ นี่แหละที่จะโทรบอก ว่าเสี่ยวมากๆ ชอบฉันบอกฉันตรงๆสิ อายอะไรอยู่” นารีมองออกไปนอกหน้าต่าง ข้างทางมีเพียงแสงไฟจากร้านรวงที่ทำให้ยามค่ำคืน ไม่มืดนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อืม..อ่านหนังสือไปแล้วกัน ผมวางสายก่อนนะ จะทำงานแล้ว แค่นี้นะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เดี๋ยว” นารีพูดยังไม่ทันได้ความ ปลายสายก็รีบวางไปแล้ว แต่อย่างน้อย เสียงของลิขิตก็ทำเธอลืมไปแล้วว่าเมื่อสักครู่เธอกำลังสงสารหญิงคนนั้น คนที่เธออยาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลืมว่าเคยอ่อนแอ เคยคร่ำครวญถึงเรื่องราวเก่าๆที่ควรจลลงไปนานแล้ว เพียงเพราะการที่ไม่ได้รักกัน จะทนทำไม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“บทที่หนึ่ง เมื่อสายลมหนาวผ่านพัด....ชื่อเพราะดีแหะ เพิ่งรู้นะ ว่าเธอนี่มันอ่านหนังสือแบบนี้ด้วย” นารีเริ่มต้นอ่านหนังสือจากบทที่หนึ่ง เธอเริ่มอ่านหนังสือในคืนที่มีฝนพรำ ท่ามกลางฟ้าร้องที่เธอเคยกลัว เธอลืมไปแล้วว่า เสียงเมื่อสักครู่คือฟ้าร้อง เธอต้องกลัว เพียงเธอลืม&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35254362-116128554403726325?l=plyfon.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://plyfon.blogspot.com/feeds/116128554403726325/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35254362&amp;postID=116128554403726325&amp;isPopup=true' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116128554403726325'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116128554403726325'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://plyfon.blogspot.com/2006/10/2.html' title='หนังสือเล่มนั้น(2)'/><author><name>keerati</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17568021238578515354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35254362.post-116119923878221246</id><published>2006-10-19T02:14:00.000+07:00</published><updated>2006-10-19T02:20:38.826+07:00</updated><title type='text'>หนังสือเล่มนั้น (1)</title><content type='html'>&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff6600;"&gt;“ขณะนี้เวลา 18.45 นาฬิกาเหลือเวลาอีก 15 นาทีห้องสมุดจะปิดให้บริการค่ะ”&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                นารีง่วนอยู่กับการคัดเลือกหนังสือที่เธอจะยืมกลับไปทำรายงานต่อที่บ้าน ค่ำนี้เธอต้องกลับไปที่อยุธยา อีกหนึ่งสัปดาห์กว่าเธอจะกลับมาที่นี่อีกครั้งหนึ่ง หนังสือกองโตถูกลำเลียงไปที่เคาน์เตอร์ยืม-คืนหนังสือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                “น้องคะ เหลือสิทธิ์ยืมหนังสือได้แค่ 4 เล่มนะคะ พอดีของเก่าน้องยังไม่ได้คืน 6 เล่ม” บรรณารักษ์คิ้วงามนามว่า พี่ศรีเพ็ญ จัดการยืมหนังสือให้นารีเรียบร้อย เธอกำลังหยิบหนังสือที่เกินมา 1 เล่ม เข้ารถเข็นเตรียมขึ้นชั้น เพราะใกล้เวลาปิดห้องสมุดแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                “เดี่ยวพี่....ขออ่านก่อนได้ป่ะ” นารีรีบหยิบหนังสือ ศิลปะขอมมาพลิกดู สายตาของเธอสอดหาคนรู้จัก อาจเป็นเพื่อน รุ่นน้อง รุ่นพี่ ใครก็ได้ที่จะช่วยเธอเอาหนังสือเล่มนี้ออกไป..ไม่มีแม้สักคน เวลาเช่นนี้ ส่วนใหญ่ ออกไปนั่งรอกันที่ร้านหน้าพระลานแล้ว นารีทำอะไรช้าเสมอ ทุกเรื่องจะมีเธอเป็นคนรั้งท้ายทุกคราวไป&lt;br /&gt;                “เหลือเวลาอีก 5 นาที เอาไงดี ๆ” หนังสือเล่มนั้นยังอยู่ในมือของเธอ “เฮ้ย เธอ..มีที่ว่างเหลือยืมหนังสือป่ะ ขอยืมเล่มนึงได้ป่ะ” ชายรูปร่างบอบบางเป็นเป้าหมายที่ดีในเวลานี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                “อะไรคุณ”&lt;br /&gt;                “ยืมหนังสือให้หน่อยได้ไหมคะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                “เอากี่เล่มครับ”&lt;br /&gt;                “เล่มเดียวค่ะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                “วันหลังหน่ะ จะเข้ามาขอ มาพูดกันดีๆให้รู้เรื่องก่อนนะครับ ไม่ใช่พูดเร่งๆแบบนี้ เอาเบอร์โทรมาด้วย เผื่อคุณลืมคืน ผมได้ทวงได้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                ท้องฟ้านั้นมีสีเข้มอ่อนแตกต่างกัน ทั้งที่ก็เป็นฟ้าผืนเดิม ที่ตลาดหัวรอ นารีเลือกซื้อขนมสองสามอย่างก่อนกลับบ้าน ที่นี่มีอาหารขายมาก มีไก่ชุบแป้งทอดที่ทำคล้ายกันกับที่ขายที่หน้ามหาวิทยาลัย การที่เธอหยุดอยู่บ้านเพื่อทำรายงานนั้น เป็นผลดีกับครอบครัวเธอด้วย เธอต้องดูแลหลานๆแทนแม่ ซึ่งไปพยาบาลยายที่นครปฐม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                “สวัสดีครับ ผมเองนะ พรุ่งนี้จะให้ผมยืมต่อให้ไหม ดูท่าคุณคงไม่มามหาวิทยาลัย”&lt;br /&gt;                “อ่อ..เธอนั่นเอง นี่เบอร์เธอหรอ พรุ่งนี้ไปคืนหนังสือให้ ไม่ต้องกลัว ว่าแต่เธอชื่อไรเนี่ย เรายังไม่เคยคุยกันแบบจริงจังเลยนี่นา” น้ำเสียงตื่นเต้นของนารีบอกว่าดีใจกับการได้รับสายจากชายหนุ่มที่เธอให้เบอร์ไว้ นานถึง 6 วัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                “ชื่อ..ชื่อ...อืมเรียกผมว่า ขิต ผมหน่ะชื่อจริงๆชื่อลิขิต แต่ผมว่ามันเหมือนพระเอกหนังไงไม่รู้ เรียกไอ้ขิก ไอ้ขิตไรก็แล้วแต่เหอะ ว่าแต่คุณเถอะ ชื่อไรครับ”&lt;br /&gt;                “ชื่อนารี เรียกนา เรียก รีอะไรก็ตามใจ ชื่อเรียกฉันมีเยอะ อยู่กับอีกคนเขาก็เรียกอีกอย่างหนึ่ง ตามสบายแล้วกัน นี่กินข้าวยังคะเนี่ย”&lt;br /&gt;                “คนไทย” ลิขิตเปรยเบาๆ&lt;br /&gt;                “อะไรนะ เมื่อกี้เธอว่าไรนะ พูดชัดๆสิ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                “เปล่าๆ  ผมก็แค่บอกว่าคุณนี่นิสัยคนไทย  คนไทยโบราณด้วย ถามเรื่องกินข้าว กินปลา ลมฟ้าอากาศ อะไรพวกเนี้ย ถามเยอะจริง ผมพูดเล่นหน่ะ แค่นี้นะ คุยมากมันเปลือง ไว้เจอกันที่ห้องสมุด ผมจะไปหาคุณ รอผมด้วยนะ ใกล้ๆห้องสมุดปิด ผมจะรอคุณที่ม้านั่งสีดำอย่าลืมล่ะคุณ บายครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                นารียังไม่ทันได้กล่าวร่ำลา ปลายสายก็ตัดไปเสียแล้ว เธออมยิ้ม กับมิตรภาพที่เข้ามาอย่างจู่โจม เธอจำได้ ผู้ชายคนนี้เคยไว้ผมเกรียน เคยสวมนักศึกษาเด๋อๆ แต่งตัวตามใจรุ่นพี่ เดินเป็นแถว เป็นขบวน ใบหน้าขรึมไม่ต่างจากคารมของเขาเลย จากคนที่เคยพบกัน มาถึงเวลาได้รู้จัก เธอตื่นเต้นกับมิตรภาพแบบนี้มาก เธออยากสานวันคืนให้ยาวไกล หากแม้เรียนจบไปจากที่นี่แล้ว ก็ยังอยากต่อมิตรกันด้วยทางอื่น ที่ไม่ใช่แค่การยืมหนังสือให้กัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                นารีหยิบหนังสือมาอ่านอีกครั้ง รายงานของเธอเสร็จไปเมื่อวานนี้ เธอทบทวนจนแน่ใจว่าจะไม่ต้องการใช้หนังสือเล่มนี้อีก มีหนังสืออีกหลายเล่มที่น่ารีต้องการยืมมาอ่าน มีหนังสือพวกวรรณกรรมที่เธออยากอ่าน แต่ก็ต้องห้ามใจเอาไว้ เพราะลำพังหนังสือที่ใช้สำหรับทำรายงานก็คิวล้นจนไม่มีที่จะให้ยืมอยู่แล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                “ลิขิต...เธอนี่มันทำฉันมีปัญหา” นารีนอนหลับไปทั้งรอยยิ้ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;               “ขณะนี้เวลา 18.45 นาฬิกาเหลือเวลาอีก 15 นาทีห้องสมุดจะปิดให้บริการค่ะ” เสียงบอกเวลาในห้องสมุดดังขึ้น เป็นสัญญาณให้นักศึกษาเตรียมเก็บข้าวของ ยืม-คืนให้เรียบร้อย นารีคืนหนังสือให้ลิขิตเรียบร้อยแล้ว เวลานี้เธอพร้อมแล้วที่จะกล่าวคำว่าสวัสดี กับเขาคนนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;               “เอ้าเฮ้ย...รี มานั่งทำเหี้-ไรตรงนี้เนี่ย ไม่กลับบ้านวะ” ธงชาติเข้ามาตบไหล่นารี&lt;br /&gt;               “มารอเพื่อน นัดเขาไว้” นารีขยับตัวมองหา ไม่มีวี่แวว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;               “เพื่อนคนไหนวะ เพื่อนใหม่หรอ  นั่นแน่ คั่วเด็กหรอว้า ไอ้รี มึ-นี่นะมีแต่เรื่องผู้ชาย ถ้าวันนึงมันตายหมดโลก มึ-ทำไงวะ”&lt;br /&gt;               “แหม เพื่อนโว้ยเพื่อน ไปปากเหี้-ที่อื่นเลยไป”&lt;br /&gt;               “งอนเว้ยงอน ไปหล่ะ รายงานเสร็จแล้วสิเห็นเอาหนังสือมาคืนกองโต”&lt;br /&gt;               “อืม เสร็จแล้ว พรุ่งนี้ส่ง เจอกันนะ เดี๋ยวรอเพื่อนตรงนี้ก่อน สักพักเขาคงมา เจอกันหว่ะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;               ธงชาติออกจากห้องสมุดเขาชนกับผู้ชายร่างเล็ก อย่างไม่ได้ตั้งใจ หนังสือของธงชาติ ตกเสียงดังลั่นห้องสมุดที่กำลังจะปิด ความเงียบเชียบทำให้ทุกสายตาที่ยังหลงเหลือเหลือบหันไปมองตามเสียงนั้น&lt;br /&gt;              &lt;br /&gt;               “ขอโทษครับ เดี๋ยวผมช่วยเก็บ”&lt;br /&gt;               “ไม่ต้อง..ทีหลังก็ระวัง มันเสียเวลาไหมเนี่ย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                ธงชาติสบตาลิขิตพักหนึ่ง เขาไม่พูดอะไรต่อ ความนิ่งเฉยของลิขิตทำให้ธงชาติไม่กล้าปริปากต่อว่าอะไร ทั้งที่เขามีนิสัยชอบโทษคนอื่น คนรอบข้างจะผิดเสมอ นารีเข้าใจเพื่อนคนนี้ดี เธอจะยอมให้ดุด่ามากว่าเถียง เพราะนั้นหมายถึงเรื่องจะไม่จบง่ายๆ แต่สำหรับครั้งนี้ ธงชาติอาจต้องทบทวนแล้วว่า เกิดอะไรขึ้นกับท่าทีของเขา ที่มีต่อลิขิต&lt;br /&gt;               &lt;br /&gt;               “รี รอผมนานไหม ขอโทษด้วยที่มาช้าพอดีผมเพิ่งทำงานเสร็จ” ลิขิตเดินเข้าไปทักนารีซึ่งกำลังเปิดสูจิบัตรอยู่ที่ม้านั่งสีดำนั้น&lt;br /&gt;                “ไม่นานๆ มีไรป่าวที่นัดเนี่ย” นารีปิดหนังสือเงยหน้ามองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า&lt;br /&gt;              &lt;br /&gt;                “อ่อ ผมแค่อยากเปิดโอกาสให้คุณตอบแทนเรื่องที่ให้ผมยืมหนังสือให้ ว่าไง จะตอบแทนไหม วันหลังจะได้ให้ยืมอีก ถ้าทำนิสัยดี”&lt;br /&gt;                “เดี๋ยวๆ  เดี่ยวนะ เธอจะให้ฉันตอบแทนงั้นรึ เอาไรล่ะ อย่าแพงนะ ไม่มีเงิน ขี้เล่นนะเราเห้นขรึมๆ”&lt;br /&gt;               &lt;br /&gt;               “ข้ามไปวังหลังกัน” ลิขิตเงียบไปสักพัก “ผมรู้ว่าคุณแอบมองผมมานานแล้ว เพราะอะไรรู้ไหม เพราะผมก็มองคุณไง”&lt;br /&gt;                “เฮ้ยบ้าเปล่าๆ..ใครมองวะ เธอนี่ขี้ตู่นะ ไปๆจะไปวังหลังก็ไป กินข้าวใช่ไหม ไปๆอย่างช้า ขอร้อง คนหิวๆอยู่”&lt;br /&gt;               &lt;br /&gt;               เรือข้ามฝากพานารีและลิขิต ห่างไกลออกจากฝั่งท่าช้าง  ระลอกน้ำทำเรือโคลงเคลง “ว่ายน้ำเป็นไหม” นารีถามขึ้นเมื่อมองเห็นเรือบรรทุกทรายแล่นผ่าน ทำให้เรือข้ามฝากเต้นระบำกับริ้วน้ำเจ้าพระยา เคล้าจังหวะการเต้นของหัวใจ&lt;br /&gt;               &lt;br /&gt;               “ไม่เป็นครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;               “อันตรายนะ ตกเรือไปทำไงเนี่ย” ไว้สอนให้แล้วกัน คิดตังค์นะไม่สอนฟรี ฮา ฮา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;               เรือเทียบท่า ทางขึ้นเรืออยู่ทางท้าย ผู้โดยสารรอบใหม่ลงทางกลางลำเรือ นารีก้าวนำไปก่อน ลิขิตจึงขึ้นตาม เขามีท่าทีกลัวเรือแยกออกจากท่าเล็กน้อย นารียื่นมือรับลิขิต เวลานี้เขาช่างเหมือนเด็ก ไม่ขรึมดุอย่างที่แล้วมา ลิขิตยิ้ม รอยยิ้มของเขามีเสน่ห์ลึกลับ นารีหลบสายตาและปล่อยมือเมื่อเขาขึ้นจากเรือเรียบร้อยแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;(รออ่านต่อนะ)&lt;/em&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35254362-116119923878221246?l=plyfon.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://plyfon.blogspot.com/feeds/116119923878221246/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35254362&amp;postID=116119923878221246&amp;isPopup=true' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116119923878221246'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116119923878221246'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://plyfon.blogspot.com/2006/10/1.html' title='หนังสือเล่มนั้น (1)'/><author><name>keerati</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17568021238578515354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35254362.post-116101763520300174</id><published>2006-10-16T23:13:00.000+07:00</published><updated>2006-10-16T23:53:55.266+07:00</updated><title type='text'>ความรัก (ที่มีตึกคณะสถาปัตยกรรมมาคั่น)</title><content type='html'>&lt;div align="left"&gt;&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/2848/3919/1600/1.0.jpg"&gt;&lt;img style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://photos1.blogger.com/blogger/2848/3919/320/1.0.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#ff0000;"&gt;ความรัก...บางครั้งก็จับต้องสัมผัสไม่ได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ฉันเคยคิด..ความรักของฉัน ฉันเลือก ฉันออกแบบ ฉันปรารถนา..ถ้าเป็นไปได้ ฉันก็อยากให้เธอรักฉันนะ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;นานเท่าไรแล้วคนดี..ที่เราได้แต่เฝ้ามองกันอยู่อย่างนี้ ฉันจำไม่ได้หรอกนะ อาจเป็นฤดูหนาวเมื่อ ปี 47 ปีที่ฉันเข้าใกล้เธอมากที่สุด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;จำได้ไหมนะ เราเจอกันระหว่างทางไปมหาวิทยาลัย เธอมองฉัน เราเรียนที่เดียวกัน เรามีตึกคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์มากั้น ห้องทำงานของเธออยู่ข้างๆตึกคณะของฉัน เรากินข้าวที่โรงอาหารเดียวกัน...น้ำมะพร้าว เธอชอบสั่งตัดหน้าน้ำใบบัวบกของฉัน เธอจำได้ไหม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ตอนที่เธอผมยังสั้น...เธอดูเด็กกว่านี้นะ หนวดเคราของเธอทำเธอใบหน้าคมดุ แต่แววตาเธอสิ ยังอ่อนโยนอยู่ดี ฉันยังเคยเห็น เธอมองมาที่ฉัน แววตาขี้สงสัย อยากรู้ใช่ไหม ว่าฉันลงรถเมล์ป้ายไหน ฉันเองก็อยากรู้ว่าบ้านของเธอหน่ะ หลังคาสีอะไร...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;วันไหนถ้าฉันออกจากบ้านสาย เราจะได้เจอกันทุกครั้งเลย 8.30 น. เธอจะได้เจอฉัน ฉันคิดว่ามันคือเรื่องบังเอิญ ฉันรู้ว่าเธอจะออกมาเวลานี้ ฉันมาเวลานี้ เราเคยยืนใกล้กัน ผมของเธอสัมผัสร่างกายฉัน ผมเธอยาว..อ่อนนุ่ม น่าสัมผัส ฉันภาวนาให้รถติด และอย่าให้เธอขยับไปไหนเลย ฉันขออยู่ใกล้ๆแบบนี้ เท่าที่มีโอกาส &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เธอลงป้ายกรมศิลปากร เพราะนั่นเป็นทางเข้าคณะของเธอที่ใกล้ที่สุด สำหรับฉัน ฉันลงที่ท่าช้าง เดินเข้าห้องสมุด อยู่ทำรายงานที่นั่น...ระหว่างวัน ฉันหาเรื่องเดินไปที่ห้องภาพพิมพ์บ่อยๆ เธอยังคงทำงาน เธอขยันดีนะ ผมยาวของเธอบดบังใบหน้าขาวๆ ฉันยังจำเสื้อผ้าที่เธอสวม ชุดที่มีไม่มาก ฉันจำได้ดีเลย...เสื้อสีขาวนวล สีเขียว และสีฟ้าลายทาง เธอชอบมาก &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ภาพพิมพ์ของเธอได้รางวัล...เธอได้เหรียญทอง เหรียญเดียวกับพ่ อ ฉันเลย เธอเก่งมาก...ฉันชื่นชมเธอ งานของเธอ อยู่อย่างนี้ มานานเท่าไรแล้ว...ฉันอยากรู้จังเลยนะว่าในหัว ในใจของเธอ เคยคิดแบบนี้บ้างไหมนะ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;มีอยู่งานหนึ่ง งานแสดงศิลปะของครูมณเฑียร บุญมาที่หอศิลป์เจ้าฟ้า..เธอนั่นเองที่เลือกเข้ามายืนใกล้ๆฉัน..เธอวัดส่วนสูงใช่ไหม ฉันแอบคิดนะว่าเธอสงสัยสิท่าว่าฉันตัวสูงแบบนี้ เธอจะเตี้ยกว่าหรือเปล่า ชายเสื้อของเธอ แขนเสื้อของเธอ ยังสะกิดให้ฉันรู้ตัว เธออยากรู้จัก อยากพูดคุย ใช่ไหม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;วีระพันธ์...เธอรู้จักชื่อฉันหรือเปล่า...ฉันอยากมีชื่อเสียง ให้ชื่อของฉันเข้าหูเธอบ้าง เผื่อเธอจะเรียกชื่อฉันได้ถูกต้องขึ้น ไม่ใช่เพียงเธอคนนั้น อยู่อย่างนั้น...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;สายตาคู่เดิมของเธอ...ตาเล็กๆในม่านผมรุงรัง เธอน่ารักเหลือเกิน นิ้วเรียวยาวที่ทำงานศิลปะสวยงามให้ได้ชมกัน ฉันปลื้มนะ..วันนี้ที่เธอหันมาฟังฉันและเพื่อนคุยกัน..เธอได้ยินใช่ไหมว่าฉันชื่ออะไร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ความรักของฉัน เคยนอนนิ่งในวันที่ฉันเห็น...ว่าใครคนนั้น มีคนอยู่ดูแลข้างๆ ฉันเดินออกห่าง และเฝ้ามอง อย่างที่เคยมอง &lt;span style="color:#993399;"&gt;บางครั้งความสุขกับความรัก นั่นอาจหมายถึงการแสดงความรักในใจเงียบๆ มองเห็นความน่ารักของเขา มองเห็นความสุขของเขา&lt;/span&gt; ถึงใจเราบอก "มันไม่พอหรอก" แต่อย่างน้อย ห้วงเวลานั้น เราก็สุข ใช่ไหม ของตวงความรู้สึกนั้นไว้...เพื่อรัก รักของเรา คนที่สายตาสวยที่สุดเท่าที่เคยพบ&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;***&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#996633;"&gt;ฉันเห็นเธอยิ้มให้เพื่อนของเธอ...เพื่อนที่ยืนอยู่หลังฉัน สายตาของฉันมองเห็นเสียก่อน...ฉันรับมาแล้วนะ รอยยิ้มเจ้าชู้ที่น่าหยิกที่สุด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#996633;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#996633;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35254362-116101763520300174?l=plyfon.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://plyfon.blogspot.com/feeds/116101763520300174/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35254362&amp;postID=116101763520300174&amp;isPopup=true' title='6 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116101763520300174'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116101763520300174'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://plyfon.blogspot.com/2006/10/blog-post_16.html' title='ความรัก (ที่มีตึกคณะสถาปัตยกรรมมาคั่น)'/><author><name>keerati</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17568021238578515354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>6</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35254362.post-116084463483016701</id><published>2006-10-14T23:46:00.000+07:00</published><updated>2006-10-15T02:55:40.263+07:00</updated><title type='text'>สามสิบสามปีเลือดขาวยังคาวคลุ้ง</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/2848/3919/1600/g077_jpg.jpg"&gt;&lt;img style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://photos1.blogger.com/blogger/2848/3919/320/g077_jpg.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; &lt;span style="font-size:78%;"&gt;ภาพจากhttp://www.14tula.com/&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;span style="font-size:78%;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;span style="font-size:78%;"&gt; &lt;/p&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เลือดขาวยังคาวค้าง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;สิเปื้อนร่างผู้ภักดี&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;บริสุทธิ์หยุดอธรรมี&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ด้วยวิถีวิธีใคร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;บ้างร้องตะโกนก้อง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;อย่าลำพองปองไผท&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แผ่นดินพ่อสร้างไว้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;จึงหาใช่ของใครเทียว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;บ้างง้างมีดตอบสู้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;หวังเพียงกู้ชูเฉลียว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ปัญญามีแง่เดียว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ใช้ขับเคี่ยวต่อสู่ไป&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;จึงตายไร้นามชื่อ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ร่างกลบรื้อได้หนไหน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;กี่ผู้กี่คนไทย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ที่ต้องตายไปกับฟอน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ฟืนสุมรุมเร้าไห้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;นี่หรือใช่บทคำสอน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ธรรมนูญดังบทกลอน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;กล่อมภมรเมื่อหลับตา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ยังหวังให้ดินชาติ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;มีอำนาจร่วมรักษา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ก้องเกียรติเมื่อนิทรา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ดินกลบหน้ายังอุ่นใจ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ตุลาเอยผ่านพ้นวนอีกหน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;สามสิบสามถามกมลอยู่หนไหน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;สิ่งที่เรียกกันว่าประชาธิปไตย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;วันนี้ใช่แน่แล้วหรือคือความจริง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เลือดขาวยังคาวคลุ้ง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เพียงหมายมุ่งปรุงบางสิ่ง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ให้มองเห็นดีด้อยร้อยคำวิง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;อย่าให้เลือดจมทิ้งนิ่งหายเลย.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35254362-116084463483016701?l=plyfon.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://plyfon.blogspot.com/feeds/116084463483016701/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35254362&amp;postID=116084463483016701&amp;isPopup=true' title='6 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116084463483016701'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116084463483016701'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://plyfon.blogspot.com/2006/10/blog-post_14.html' title='สามสิบสามปีเลือดขาวยังคาวคลุ้ง'/><author><name>keerati</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17568021238578515354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>6</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35254362.post-116075558150740953</id><published>2006-10-13T21:33:00.000+07:00</published><updated>2006-10-14T00:40:30.990+07:00</updated><title type='text'>ฝันร้ายของแม่</title><content type='html'>&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#663300;"&gt;"ทุกเช้าฉันจะได้รับจดหมายจากชายคนหนึ่ง ...ทุกเช้าฉันจะอ่านแล้วยิ้ม...ฉันเก็บจดหมายเหล่านั้นไว้จนเต็มกล่องใบใหญ่ ฉันมีความสุขนะ"&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประโยคสุดท้ายก่อนที่สิรินจะจากไป เธอเขียนไว้บนกระดาษแผ่นเล็ก..เธอฆ่าตัวตายในคืนที่ฝนตกกระหน่ำ ทั้งที่เธอเป็นคนกลัวความสูง แต่เธอเลือกที่จะดิ่งลงกระแทกกับพื้นล่างอย่างไม่สงสารร่างกาย ที่แม่ของเธอเฝ้าถนอมมานานกว่า 20 ปี เธอตายทันทีโดยไม่มีอาการทุรนทุราย ร่างไร้ลมหายใจของเธอถูกนำส่งโรงพยาบาล แม่และน้องสาวเป็นลมล้มพับกับการจากไปอย่างกระทันหันของเธอ ไม่มีใครสามารถบอกอะไรได้ ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ เกิดขึ้นได้อย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดวงหน้าของสิรินไม่มีริ้วรอยจากการกระแทก เธอนอนหลับ แม่เธอพร่ำบอกเช่นนั้น&lt;br /&gt;"ลูกจ๋า ตื่นขึ้นมาได้ไหม แม่รักลูก ลูกได้ยินไหม ลูกแม่" เสียงโหยหวนของแม่ ดังไม่พอที่จะปลุกให้สิรินตื่นขึ้นจากนิทรา ที่เธอเลือก มุมปากบอกว่าเธอมีความสุข ทว่าหยาดน้ำตาของแม่ไม่ใช่น้ำตาจากความอิ่มสุข เธอกอดร่างที่บอบช้ำนั้น ร่างกายของแม่สั่นสะท้าน สินิตย์ยืนร้องไห้อยู่ปลายเท้าพี่สาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากที่พ่อหย่าร้างไปแล้ว สิรินและสินิตย์ก็ตั้งใจไว้ว่าจะช่วยกันดูแลแม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"พี่จะเรียนให้จบไวๆ ทำงานให้ได้เงินเยอะๆ แม่จะได้เลิกทำขนมขาย นิตย์ต้องช่วยกันนะ พี่ไม่อยากเห็นแม่ร้องไห้อีกแล้ว" สิรินกล่าวพรางลูบผมน้องสาววัยเดียวกัน&lt;br /&gt;"จ๊ะพี่..นี่ฉันก็ว่าจะไปสอนการบ้านลุกป้าศรีนะ ได้วันละ 50 บาท ฉันก็เอาแล้ว"สินิตย์ยิ้มและกอดพี่สาวไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#663333;"&gt;"ไหนเล่าพี่ ไหนพี่จะอยู่ดูแลแม่ ทำไมทิ้งฉันไว้แบบนี้ ทำไมล่ะพี่"&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม่ล้มป่วยลงบ่อยครั้ง นับจากวันเผาสิริน ลูกสาวคนโตของเธอ เหลือเพียงเถ้าละออง นี่หรือคือพยานรักของพ่อ และแม่ เวลานี้มาเร็วเกินไป วัยแรกสาวที่สมบูรณ์แข็งแรง ควรจบลงด้วยการฆ่าตัวตายอย่างนั้นหรือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"นิตย์..อย่าทิ้งแม่ไปอีกคนนะลูก ลูกเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวที่แม่มี รินเขาจากแม่ไปแล้ว ลูกเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่แม่เหลือ อย่าทำร้ายหัวใจแม่แบบพี่นะลูก แม่ไม่ไหวอีกแล้ว เมื่อก่อนตอนอุ้มท้องลูก แม่ไม่รู้หรอกว่าแม่จะมีลูกแฝด ท้องแม่ใหญ่มาก พอวันคลอดถึงรู้ว่าแม่มีลูกสาวแฝดสองคน ดูสิ หน้าเหมือนกันเหลือเกิน" แม่ลูบไล้ใบหน้าของสินิตย์น้ำตาของคนทั้งสองออกมาพร้อมกัน มือหยาบกระด้างสั่นระริก ยิ่งมองสินิตย์ แม่ยิ่งคิดถึงสิริน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"แม่จ๋า นอนเถอะนะดึกแล้ว เดี่ยวหนูนวดขาให้นะ แม่จะได้หายเมื่อย นะแม่นะ แม่นอนน้อยแบบนี้ ถ้าแม่เป็นอะไรไปอีกคน หนูจะอยู่ยังไงเล่าแม่"&lt;br /&gt;"แม่นอนไม่หลับหรอกลูก แม่อยากให้นิตย์อ่านหนังสือให้แม่ฟัง เล่มที่รินชอบอ่านหน่ะลูก ได้ไหม"&lt;br /&gt;"ได้ค่ะแม่ ต่อไปนี้ อะไรที่พี่รินเคยทำให้แม่ หนูจะเป้นคนทำให้เอง นะคะแม่ นอนนะคะ เดี๋ยวหนูอ่านหนังสือให้ฟัง"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สินิตย์อ่านหนังสือเรื่องหัวใจคนจร จวนจะจบเล่มแล้ว แม่ยังไม่วางสายตาจากเธอเลย เมื่อจบเล่มแล้ว แม่จึงหลับไปพร้อมคราบน้ำตา แม่แก่ลงไปมาก ตาบวมเปล่งและช้ำแดง สินิตย์ห่มผ้าให้แม่ แล้วเธอจึงไปนั่งคุดคู้ที่มุมห้อง เธอเอามือปิดปาก และร้องไห้ เสียงสะอื้นของเธอเป็นจังหวะเดียวกับลมหายใจแม่..เธอสับสนต่อการจากไปของพี่สาว เธอไม่รู้เลยว่าจะหาสาเหตุของการจากไปครั้งนี้ กับตึกที่เกิดเหตุ เป็นดาดฟ้าของหอพัก ที่เธอและพี่สาวมักจะขึ้นไปคุยด้วยกันบนนั้น สัญญาว่าจะเล่าทุกเรื่อง จะปรึกษากันเมื่อมีปัญหา บัดนี้ไม่มีอีกแล้ว สินิตย์กลัวการอยู่เพียงลำพัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สินิตย์หยิบกระดาษที่เป็นลายมือของสิรินขึ้นมาอ่าน กล่องใบใหญ่ ใบไหนกันที่เก็บจดหมายผู้ชายคนนั้น เธออยากอ่านว่าจดหมายนั้นเขียนว่าอะไร แล้วเกี่ยวข้องกับการฆ่าตัวตายของพี่สาวหรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.hotmail.com"&gt;http://www.hotmail.com&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สินิตย์ไม่ได้ใช่อีเมล์นานแล้ว นับจากวันที่เธอทำงานให้กับโรงเรียนสอนคนตาบอด อีเมล์ของเธอและพี่สาวเป็นอันเดียวกัน รหัสคือวันเกิดของเธอทั้งสองคน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในนั้นมีจดหมายของคนคนเดิมถึง 45 ฉบับ นี่หรอกหรือ กล่องใบใหญ่ของพี่สาว สินิตย์อ่านตั้งแต่ฉบับแรก จนฉบับสุดท้าย มันคือจดหมายมรณะที่ดึงหัวใจพี่สาวให้จมอยู่กับความรัก ความรักที่ไร้รูปร่าง ตัวตน เธอเกลียดผู้ชายที่ใช้ชื่อว่า สมภพ ใครสักคนที่อาจเดินสวนทางกับเธอ ใครกันที่พี่สาวมอบชีวิตให้ขนาดนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&gt;&gt;&gt;ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ขอให้รู้เอาไว้ ว่าคุณได้ทำร้ายชีวิตของสิรินและพวกเราไม่มีวันให้อภัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่มีจดหมายตอบกลับ สินิตย์อัดอั้นที่ไม่มีวันได้รู้ว่าใครกัยคือสมภพ ชายคนรักของพี่สาวเธอ..ใครกันที่มีอำนาจสามารถพรากชีวิตที่สดใสของพี่สาวไปจากอ้อมแขนแม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&gt;&gt;&gt;หากวันหนึ่งคุณได้รู้จักความสูญเสีย เมื่อนั้นคุณจะรู้จักความรัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางคำของสมภพก้องอยู่ในหัวของสินิตย์ นี่อาจเป็นประโยคเชิญชวนให้พี่สาวของเธอฆ่าตัวตาย...สินิตย์เดินขึ้นมาบนดาดฟ้าของหอพักที่เกิดเหตุ เพื่อนของเธอพักอยู่บนชั้นสี่ เธอมาหาเพื่อนบ่อยขึ้น เพื่อขึ้นมาบนดาดฟ้า นั่งคิดถึงพี่สาว และลุกคลำร่องรอยเท้าซึ่งอาจยังมีคราบผิวกายของสิรินหลงเหลือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"แม่"&lt;br /&gt;"นิตย์อย่ามาที่นี่อีกเลย แม่รู้ว่าลูกอยากหาคำตอบกับเรื่องต่างๆ แต่ลูกรู้อะไรไหม สิ่งที่แม่ต้องการคืออะไร" แม่ถอนหายใจยาว "แม่อยากให้ลูก อย่าสนใจเรื่องที่รินตาย...แม่กลัว ให้รินตายไปครั้งเดียวได้ไหม ยิ่งลูกเข้าใกล้เรื่องพวกนี้ เหมือนแม่กำลังจะเสียลูกไป"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"แม่คะ แม่ไม่อยากรู้หรอกหรือว่าทำไม พี่เขาถึงทำแบบนั้น"&lt;br /&gt;"รู้เพื่ออะไรหรือลูก รู้เพื่อตอกย้ำว่า รินไม่รักแม่อย่างนั้นหรือ แม่เสียพ่อไป พ่อทิ้งแม่ไป ครั้งหนึ่งแม่รอพ่อ หวังว่าจะกลับมา แม่รอ รอทุกวัน แม่ทรมานมากลูก กับความหวังที่ไม่มีวันเป้นจริง ทั้งที่รู้ว่าไม่มีสัน ทำไมเราจะต้องทรมานตัวเองแบบนั้น แม่รักลูกทั้งสองคน แม่ไม่อยากเสียใครไป แต่ถ้ารินเขาเลือกแล้ว แม่ก็ห้ามอะไรไม่ได้ แม่เลี้ยงได้แต่ตัวจริงๆนะลูกจ๋า เพียงแต่แม่ก็อยากให้เชื่อฟังแม่บ้างเท่านั้นเองลูก"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"แม่ไม่เสียใจแล้วหรือคะ หนูเห็นแม่ร้องไห้เมื่อหลายเดือนก่อน"&lt;br /&gt;"เสียใจนะ แม่ยังนึกถึงรินอยู่ แต่แม่ต้องมีชีวิตเพื่อลูกสาวแม่อีกคนหนึ่ง เข้าใจไหมนิตย์ ว่าเราต้องมีชีวิตอยู่ อย่าเดินถอยหลังอีกเลย กลับบ้านนะลูก"&lt;br /&gt;"ค่ะแม่"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขณะข้ามถนนสินิตย์ปล่อยมือแม่ ร่างของเธอล้มลงด้วยแรงกระแทกจากรถยนต์ แม่ของเธอยืนนิ่งอยู่บนเกาะกลางถนน สินิตย์หัวฟาดพื้น เธอกำลังง่วงนอน เธอกำลังหลับ รอยยิ้มเมื่อมองเห็นว่าแม่ปลอดภัยเป็นภาพสุดท้ายที่แม่เธอเห็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่มีน้ำตาของแม่ ไม่มีเสียงสะอื้นไห้ แม่กอดร่างบอบบางของสินิตย์ เธอตายระหว่างทางส่งโรงพยาบาล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม่นั่งเหม่อที่ชานหน้าบ้าน ต้นเดฟที่ลูกสาวทั้งสองคนช่วยกันปลูก ยังเขียวงามดี และแม่รดน้ำให้ทุกวัน&lt;br /&gt;เธอบอกกับตัวเองว่า เธอเพิ่งตื่นจากฝัน ฝันของเธอเรื่องยาวมาก ฝันว่าได้แต่งงานและมีลูกสาวสองคน เธอยังจำวันเจ็บปวดในวันให้กำเนิด และความรู้สึกร้าวลึกในวันที่ลูกสาวจากไปทีละคน เธอดีใจที่เธอตื่น เธอคิดว่าดีเท่าไหร่แล้วที่ไม่ใช่ความจริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนกว่าจะถึงวันสุดท้าย แม่คงต้องกล่อมตัวเองไปอย่างนั้นว่า สิ่งนานาที่เกิดขึ้น มันคือความฝัน...ความฝันเท่านั้น&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35254362-116075558150740953?l=plyfon.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://plyfon.blogspot.com/feeds/116075558150740953/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35254362&amp;postID=116075558150740953&amp;isPopup=true' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116075558150740953'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116075558150740953'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://plyfon.blogspot.com/2006/10/blog-post_116075558150740953.html' title='ฝันร้ายของแม่'/><author><name>keerati</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17568021238578515354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35254362.post-116068271266225290</id><published>2006-10-13T01:42:00.000+07:00</published><updated>2006-10-13T02:58:17.786+07:00</updated><title type='text'>ละลายความฝัน</title><content type='html'>ค่ำคืนที่แสนมืดมิด หัวใจของฉันโหยหาความอบอุ่นจากใครบางคน คนที่เคยเติมความหวังให้ฉัน ใครบางคนที่ปลอบประโลมยามท้อเหนื่อย และราวกับว่าจะสิ้นเรี่ยวแรงจะต่อสู้...ระยะทางบนเส้นทางสายฝัน มันช่างห่างไกลสุดตา เขาบอกกับฉัน "ลูกต้องอดทน"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในฤดูฝนที่ดูเหมือนจะอยากสั่งฟ้าด้วยการกระหน่ำตกแล้วตกเล่า ทว่ามันไม่ใช่ มันคือมรสุมและความแปรปรวนของอากาศ...ที่เชียงใหม่ อากาศคงไม่สดชื่นนัก พ่อบอกว่าไม่สบายบ้าง แต่ยังทำงานได้อยู่ พ่อมีความหวังและยืนหยัดมาตลอด เท่าที่รู้จักพ่อ 25 ปี พ่อทำงานเรื่อยมา งานศิลปะที่พ่อรัก...ฉันรู้สึกดีทุกครั้งที่รู้ว่าพ่อมีความอดทน อดทนต่ออากาศ สภาพแวดล้อมที่บางวันไม่สู้สบอารมณ์นัก และสุขภาพที่อ่อนแอลง พ่อทำได้ พ่อแสดงให้ฉันรู้ว่าความมุ่งมั่นนั้นจะเกิดผลดีอย่างไรบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความสุขอย่างประหลาดของฉันอย่างหนึ่ง นั่นคือ ความอ้างว้าง เวลาที่ฉันมีเพียงตัวเปล่า เดินดุ่มคนเดียวในสวน ฉันมีความสุขในใจลึกๆ ความเป็นอิสระเสรีล้อมรอบกายแต่ว่าหนาวเหน็บมากนะ การที่เราต้องเรียนรู้การอยู่ลำพัง เพียงลำพัง แม้จะเป็นเพียงช่วงระยะเวลาหนึ่ง แม้จะสุขใจอยู่บ้าง ที่ไม่ต้องมีใครมาทำให้ชีวิตต้องบิดเบี้ยวไปตามความปรารถนาของผู้อื่น แท้จริง การมีผู้คนมาขัดจังหวะเล็กๆ ก็ทำให้หัวใจเราฉุกคิดอะไรได้บ้างเช่นกัน นี่หล่ะชีวิต ทั้งความสุขและทุกข์มีข้อต่อรองที่ร้ายกาจเสมอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีเพื่อนคนหนึ่ง เขาเล่าให้ฟังถึงความฝันที่จะเป็นศิลปิน (เส้นทางนี้ฉันก็เคยคิดอยากไปนะ) ฟังเขาเล่าเหมือนดูเด็กวาดรูปบนพื้นทราย วาดง่ายเพียงใช้นิ้วขีดเส้นไป-มา บนพื้นทรายชุ่ม...ดวงตาของเขามีประกาย เขายังเรียนไม่จบ เขายังไม่รู้หรอกมั้งว่า ถ้าต้องใช้เงินเพื่อดูแลตัวเอง พ่อ-แม่ และถ้ายังต้องเดินไปสมัครงานตามบริษัทต่างๆนั้น หนทางศิลปินไม่ง่ายเลย ไม่ง่ายเลยเพื่อนเอ๋ย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กว่าที่เขาจะเรียนรู้ถึงบทนี้ เขามีความสุขกับการแต่งเติมความฝันให้สวยงามยิ่งขึ้น เป็นรูปร่างที่ใกล้ความจริงที่สุด ใครจะรู้คลื่นน้ำจะซัดเข้าฝั่งเมื่อใด จะกลืนกินความฝันสักเท่าไร เมื่อเวลานั้นมาถึง เพื่อนคงได้รู้...ฝันที่วาดไว้อาจถูกลบหายไปด้วยบริบทของสิ่งแวดล้อม เหลือไว้ในหัวใจเท่านั้นว่า เราวาดหวังสิ่งใด เราจะไปทิศใด นี่ต่างหากที่สำคัญ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การฟันฝ่าเมื่อขจัดข้อต่อรองของโชคชะตา การยืนยัน และเรียนรู้บททดสอบของชีวิตเป็นการพิสูจน์ตัวตนที่แท้ ว่าเราจริงจังกับสิ่งที่เราคิด ภาพที่เราวาด ภายใต้ความทะยานเต็มกำลังเมื่อครั้งยังเด็ก บัดนี้เราทำได้ไหม ยังคิดจะทำอยู่หรือเปล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในทะเลแห่งความใฝ่ฝัน...ที่นั่น มีผู้คนจมหายทีละคน...บางคนว่ายน้ำข้ามพ้น รอด มีความสุข บางคนไม่อาจว่ายข้ามไปได้...จมจ่อม และเศร้าหม่น ทั้งชีวิตเฝ้าถามชะตาว่าเหตุใด ถึงขีดเขียนให้ชีวิตเป็นแบบนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันเอง...เหมือนคนว่ายน้ำไม่เป็น ท่าทางที่กรุยน้ำ ไม่ต่างจากแมลงปีกบางที่ผลัดลงสู่แอ่งน้ำ ปีกเปียกเสียงแล้ว แม้ไม่จม ก็อาจสิ้นใจในที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความฝันทิ่มแทงย้ำเรียกฉันทุกวัน ทั้งที่ฉันว่ายน้ำไม่แข็ง ..ฉันอาจจะจม...แต่เสียงของชายคนนั้น "ลูกพ่อ อดทนนะลูก"&lt;br /&gt;ทำให้วันนี้ฉันไม่มีความหวัง..อบอุ่น กับความฝันที่หนทางยาวไกลมากกว่ามาก แต่นี่คือสิ่งเดียว ที่ทำให้ฉันอุ่นใจเมื่อยามคิดถึง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันไม่เคยวาดรูปบนพื้นทราย ฉันไม่อยากมองเห็นสายน้ำซัดลบภาพที่วาดไว้ ให้คละกลั้วไปกับเม็ดทรายเม็ดอื่น...ฉันวาดมันในหัว ไม่มีใครทำลายได้ แต่อาจทำให้ลืมหายได้ เพียงฉันเลิกใส่ใจ...แต่จะมีวันนั้นหรือ..&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35254362-116068271266225290?l=plyfon.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://plyfon.blogspot.com/feeds/116068271266225290/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35254362&amp;postID=116068271266225290&amp;isPopup=true' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116068271266225290'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116068271266225290'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://plyfon.blogspot.com/2006/10/blog-post_13.html' title='ละลายความฝัน'/><author><name>keerati</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17568021238578515354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35254362.post-116058764425236392</id><published>2006-10-11T21:52:00.000+07:00</published><updated>2006-10-12T00:37:24.560+07:00</updated><title type='text'>โกปี้...ที่บางลำพู</title><content type='html'>&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/2848/3919/1600/ddd.jpg"&gt;&lt;img style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://photos1.blogger.com/blogger/2848/3919/320/ddd.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ตั้งแต่เริ่มนอนดึก กาแฟก็กลายเป็นเพื่อนที่ดี&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;การเริ่มนอนดึกของใครหลายคน อาจมีบ้างที่ตรงกัน คล้ายกัน หรือต่างกันไปเลย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ฉันคนหนึ่งล่ะที่ติดนิสัยการนอนดึกมาตั้งแต่เรียนมัธยม เพียงแต่ว่า เวลาในการเข้านอน มันคืบคลานออกไปไกลกว่าเดิมเท่านั้น...เพราะบางวันอาจนอนเช้า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;นานเท่าไหร่แล้วที่ฉันดื่มกาแฟ...ดื่มจนหมอสั่งห้าม เพราะโรคหัวใจและกระเพาะอาหาร แต่ฉันมันดื้อ..ฉันเพียงแค่ลดปริมาณอย่างน้อยฉันก็ไม่ใช่นักดื่มกาแฟ เพียงแต่กระหายรสชาติ กลิ่น ควันเท่านั้น &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;กาแฟที่ไปดื่มบ่อยมากที่สุด เห็นจะเป็นที่หน้าคณะจิตรกรรม ที่นั่นกาแฟอร่อย บรรยากาศดีมาก ร่มเย็น และมีสีสัน ในบางวันที่ต้องไปทำรายงานฉันจะพักสายตาจากการอ่านหนังสือ ด้วยการหาเรื่องกินเค้ก และดื่มกาแฟ..ทั้งที่ประเด็นมันคืออาหารตามากกว่า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;หลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตเริ่มเปลี่ยนตั้งแต่มีงานทำเป็นหลักเป็นแหล่ง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;สิ่งนานาฉันหาได้จากบางลำพู ถนนที่ใกล้ที่ทำงานมากที่สุด...โกปี้ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดย่างเป็นกาแฟรสประจำที่ฉันติดใจ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;รสชาติของโกปี้ร้านนี้ เข้ากันดีกับก๋วยเตี๋ยวเป็ดย่าง ได้กลิ่นเครื่องยาจีน และกลิ่นหอมของโกปี้สูตรเก่า...ราวกับว่า ฉันกลับไปเป็นเด็กดูดโอเลี้ยงหลังวัดอีกครั้ง ความหิวจางหาย ความสบายอารมณ์มาแทนที่ ถึงจะไม่มีใครที่รู้จักเดินผ่านร้านนี้ไม่มีเพื่อนที่มหาวิทยาลัยรู้เลยว่า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ในซอยเล็กๆแห่งหนึ่งบนถนนบางลำพู มีร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดที่น่ากิน มีโกปี้ที่แสนหอม..และมีฉันที่มานั่งรำลึกความหลังเพียงลำพัง...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เคยมีคนถามว่า นอนดึกๆแบบนี้ ทำไมไม่รู้สึกง่วงบ้าง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;จะบอกเขา ว่าดื่มโกปี้ที่บางลำพูเท่านั้น เขาจะเชื่อไหมนะ....&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แม้ว่าบรรยากาศจะน่านอนแค่ไหน แต่คงไม่ดีแน่ ถ้าจะรับผิดชอบตัวเองด้วยการง่วงซึม ในขณะที่ใครต่อใครตื่นตัวที่จะทำงาน...งานหนังสือที่รัก ฉันก็จะไม่คิดว่ามันน่าเบื่อ หากวันหนึ่งฉันเบื่อ ฉันจะไม่มีวันทนจนต้องบ่นกับใคร &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;*&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;*&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;*จะเรียกว่า โกปี้ร้านนี้ช่วยชีวิตไว้ก็ได้นะ..ดื่มเมื่อไหร่สดใสเมื่อนั้น..&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;คืนนี้อยู่ดึก...ทำให้นึกถึงโกปี้ร้านเก่า พรุ่งนี้ฉันจะไปดื่มอีกแก้ว&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35254362-116058764425236392?l=plyfon.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://plyfon.blogspot.com/feeds/116058764425236392/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35254362&amp;postID=116058764425236392&amp;isPopup=true' title='4 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116058764425236392'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116058764425236392'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://plyfon.blogspot.com/2006/10/blog-post_116058764425236392.html' title='โกปี้...ที่บางลำพู'/><author><name>keerati</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17568021238578515354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>4</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35254362.post-116050479097651252</id><published>2006-10-11T00:23:00.000+07:00</published><updated>2006-10-11T01:26:31.333+07:00</updated><title type='text'>ตลอดเวลา</title><content type='html'>&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/2848/3919/1600/ooy.jpg"&gt;&lt;img style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://photos1.blogger.com/blogger/2848/3919/320/ooy.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เคยทำอะไรแบบเดิมตลอดเวลาไหม...&lt;span style="color:#cc0000;"&gt;&lt;strong&gt;ไม่เคย&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ฉันตอบได้ทันทีว่าไม่เคย นอกจากการหายใจแล้วฉันไม่เคยคิดทำอะไรอยู่อย่างนั้น ตลอดเวลา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แน่ล่ะว่า มันเป็นเรื่องสามัญมาก..ใครต่อใครก็ไม่ต่างไปจากนี้ แต่ที่ฉันรู้มีสิ่งหนึ่งที่ฉันสามารถทำมันได้มากรองลงมาจากการหายใจ นั่น คือคิดแล้วถ่ายทอดมันออกมาในงานวรรณกรรม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ฉันเคยอ่านบันทึกจากหุบเขาฝนโปรยไพร ของพี่ชายที่ฉันรัก กนกพงศ์ สงสมพันธุ์....เขานี่หนาที่เคยบอกว่า อยากเก็บเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิตในรูปของวรรณกรรม...ฉันเพิ่งรู้ ฉันเองก็คิดแบบนั้น เพียงแต่เริ่มเขียนช้าไปนิด แต่สั่งสมมานานจนเป็นวัตถุดิบที่เพียงพอในปริมาณหนึ่ง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ฉันขีดเขียนอะไปตามอำเภอใจจนมันเป็นรูปร่างเต็มที่เมื่อตอนไปเรียนภาคสนามที่ อยุธยา...ตอนนั้นเหงาระหว่างการเดินทาง คิดถึงคนบางคนที่เชียงใหม่เหลือทน บ้านเรือนไทยริมน้ำ เหมาะสมที่จะเริ่มต้นเขียน ฉันเขียนจนได้....เช้าวันรุ่งขึ้นถึงได้รู้ว่า เวลาเขียนออกไปแล้ว เราโล่ง โปร่ง สบาย...ฉันไม่เบื่อเลยเวลาเขียนรายงาน..ขอให้ได้เขียน และมีคนอ่าน .............&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;อ่านความคิดฉัน&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ฉันเขียนให้เธออ่านที่บ้านพี่วินทร์...นานหนึ่งปีแล้ว &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ไวมาก...1 ปีเต็มกับงานมากมายของฉัน...ฉันเห็นตัวเองในนั้น เห็นเหตุการณ์ และเรื่องราวนานา ความทรงจำของฉันฉายขึ้นเหมือนภาพยนตร์ ทว่ามันชัดเจนเสียจนน่าตกใจ ราวกับว่า เพิ่งผ่านมาเมื่อสักครู่...ความละเอียดอ่อนของมิตรภาพ ทำฉันตื่นตัวเสมอ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ถ้าถามว่า เวลา 1 ปี ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันบ้าง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;หนึ่งในนั้นคืองานเขียน...เขียนออกมาโดยไม่ต้องรับรู้ว่าจะขายได้ไหม...จะดีเลิศไหม ฉันเขียนออกมาเพื่อรับใช้ความรู้สึกตัวเอง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ฉันมีความรักกับงานเขียนตัวเอง ฉันถึงเขียนออกมาบ่อยครั้ง อย่างไม่รู้เบื่อ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ฉันเพียงอยากเอ่ยคำว่า...&lt;span style="color:#cc33cc;"&gt;&lt;strong&gt;ฉันรักแล้วฉันจะทำ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;...ฉันเอ่ยกับตัวเองแบบนี้ตลอดเวลา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แด่ 1 ปีที่มีความสุขกับการเขียน  ที่ www.winbookclub.com&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35254362-116050479097651252?l=plyfon.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://plyfon.blogspot.com/feeds/116050479097651252/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35254362&amp;postID=116050479097651252&amp;isPopup=true' title='5 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116050479097651252'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116050479097651252'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://plyfon.blogspot.com/2006/10/blog-post_11.html' title='ตลอดเวลา'/><author><name>keerati</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17568021238578515354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>5</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35254362.post-116041524418034089</id><published>2006-10-10T00:30:00.000+07:00</published><updated>2006-10-10T00:41:41.570+07:00</updated><title type='text'>รักลวง</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ความจริงบางอย่างร้ายแรงกว่าที่คิดเอาไว้เล่นๆ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;พี่ชายสอนไว้อยู่เมื่อวาน อย่าวิตก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ไม่ได้แล้วมั้ง กับความจริงที่เพิ่งได้รู้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ฉันเคยทักทายกับสายลมตอนเช้า..ว่าความรักเรียกหา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ฉันไม่เคยตามไปอย่างคำคาริล แต่เมื่อวันนั้นฉันละเมอ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ฉันพยายามสยายปีกที่ไม่เคยมีเพื่อติดตาม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เจ้าความรักชั่วยาม เพียงเขม่าควัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ฉันรักที่เป็นเขา...รักที่เขามอบรัก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;รักที่เขาพยายามเข้ามาใกล้...ความรักของเรา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ไม่ทันตั้งตัวฉัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;หลงคิดว่าแพรบางที่คลุมแขน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;จะสามารถสยายปีกสวยเพื่อลอยลมบนฟ้ากว้างนั้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เพื่อไขว่คว้า ความรัก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;รักที่ทักทายกันในค่ำก่อน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ฉันนอนแน่นิ่ง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;หายใจรวยริน..เจ็บปวด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เมื่อได้รู้ว่ารักที่เฝ้าหลง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#ff0000;"&gt;ไม่เคยมีอยู่เลย&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35254362-116041524418034089?l=plyfon.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://plyfon.blogspot.com/feeds/116041524418034089/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35254362&amp;postID=116041524418034089&amp;isPopup=true' title='6 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116041524418034089'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116041524418034089'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://plyfon.blogspot.com/2006/10/blog-post_10.html' title='รักลวง'/><author><name>keerati</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17568021238578515354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>6</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35254362.post-116024560649192772</id><published>2006-10-08T00:41:00.000+07:00</published><updated>2006-10-08T01:30:11.453+07:00</updated><title type='text'>หลังม่านหน้าต่างบานนั้น</title><content type='html'>&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/2848/3919/1600/88.jpg"&gt;&lt;img style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://photos1.blogger.com/blogger/2848/3919/320/88.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;วันอาทิตย์ที่สองเดือนตุลาคม มาถึงแล้ว...มาถึงจนได้ ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้รู้สึกแบบนี้อีกครั้ง นั่นคือ &lt;strong&gt;&lt;span style="color:#993300;"&gt;"รู้สึกใจหาย"&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;นานมาแล้วฉันสูญเสียความรัก อย่างกระทันหัน วันนั้นเป็นวันที่เขาบอกให้รู้ว่า &lt;span style="color:#339999;"&gt;"หมดแล้วนะ เวลาของเราสองคน มันจบแล้วนะ ผมไปแล้ว ดูแลตัวเองด้วย อย่านอนดึก กินข้าวด้วย อย่ากินเผ็ด อย่าดื้อกับหมอ"&lt;/span&gt;...แค่นี้เอง กับความรัก ความรักครั้งเก่าที่มีเพียงความทรงจำสีซีด มีเพียงเส้นร่างดินสอ เหมือนการเพ้นท์สีน้ำจางๆ ผ่านเวลาสีนั้นกลืนหาย แผ่วเบา เหลือเพียงความรู้สึกเท่านั้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ฉันซุกตัวเองในห้องนอน ทุกวัน ทุกคืน เป็นเวลานาน ..อ่านหนังสือบนเตียง ฟังเพลง และวาดรูป ในนั้น ในห้องนอนชั้นสองของบ้านที่ไม่มีใครขึ้นมารบกวน ฉันอุ่นใจตัวเองในนั้น ห้องนอนเล็กๆ ที่มีม่านสีเหลือง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ที่ระเบียงของชั้นสอง ฉันจะออกมารับลมเย็นๆบ้าง สำหรับวันอาทิตย์แรกของความคิดถึง วันที่ฉันไม่ได้ไปไหน มันเหงาแบบนี้นี่เอง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ฉันเริ่มเขียนในนามปากกา กีรติ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#ff6600;"&gt;&lt;strong&gt;กับคำว่า "สวัสดี"&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#ff6600;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;มีผู้คนมากมายเดินวนเวียนอยู่ในสังคม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;มีผู้คนมากมายผ่านเข้ามาแล้วผ่านเลยไป&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ต่างเริ่มต้นและสิ้นสุดตรงนี้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;สวัสดีค่ะ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;คำทักทายที่แสนเรียบง่าย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แต่เธอรู้ไหมว่าคำทักทายที่แสนเรียบง่ายนี้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เป็นตัวเริ่มต้นของสิ่งต่างๆ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;และจะจบลงในอนาคต&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เพราะแม้มีการดำเนินอยู่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ก็ใช่ว่าจะหามีจุดสิ้นสุด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ไม่ฉันแสนจะเข้าใจทุกอย่าง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ฉันน่าจะเข้าใจอะไรได้ดี&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แต่ฉันนี้เองที่กลับไม่ยอมรับสิ่งใด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;กับทุกอย่างที่ควรเป็นไป&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เพราะฉัน กลัวคำว่า &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;สวัสดีค่ะ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;โดย : กีรติ &lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.checkdomain.com/cgi-bin/checkdomain.pl?domain=202.57.159.153" target="_blank"&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;[ 15/04/2005 , 00:35:13 ] &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;กีรติเกิดขึ้นหลังเรื่องเหงาๆ...นานทีเดียว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;หลังจากนั้นฉันเขียนมันออกมาทุกอย่างด้วยหัวใจ ด้วยเรื่องจริง ด้วยความรู้สึก และมีเขาอยู่ในนั้นเสมอ...เสมอมา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แต่ก็มีหลายครั้ง ที่ฉันหยุดคิดถึงเขา...คนที่ฉันได้รับทั้งความสุขและน้ำตา...นิทานความรักของฉัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ฉันอยากเรียกความรักครั้งเก่าว่านิทาน จะได้จบลงที่ว่า &lt;span style="color:#999900;"&gt;"นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า..."&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ถึงจะเป็นเรื่องที่เคยเจ็บปวด แต่เชื่ออยู่ว่า มันไม่ร้ายแรงจนทำให้ทุกอย่างต้องดับบอดลงไป &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;และฉันก็เริ่มได้ยินเสียงแห่งความเงียบ...กับการได้อยู่เพียงลำพัง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#6633ff;"&gt;มองออกไปนอกหน้าต่าง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#6633ff;"&gt;มีเพียงความืดมิดที่ปกคลุมไปสุดสายตา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#6633ff;"&gt;ไม่ว่าจะมองให้ใกล้ หรือไกลเพียงใด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#6633ff;"&gt;มีเพียงเงาดำๆและเสียงแห่งความเงียบเท่านั้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#996633;"&gt;น่าแปลกที่คืนนี้ฉันหยุดคิดถึงเธอ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#996633;"&gt;ในมุมที่ฉันเฝ้าหาตลอดมา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#996633;"&gt;และฉันได้พบในมุมอีกมุมหนึ่งที่สำคัญกว่า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#996633;"&gt;นั่นคือตัวตนของฉันที่ซุกซ่อนอยู่ในเงามืดนั้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#003333;"&gt;จะกล่าวลาเธออย่างไรดี&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#003333;"&gt;ให้นุ่มนวลและแผ่วเบาที่สุด เท่าที่จะทำได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#003333;"&gt;เธอ..คนที่แสนดีของฉัน ที่เคยร้องเพลงเพียงเพื่อบอกกับฉันว่า ไม่รักแต่คิดถึง&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#330099;"&gt;มองออกไปนอกหน้าต่าง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#330099;"&gt;มีเพียงความืดมิดที่ปกคลุมไปสุดสายตา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#330099;"&gt;ไม่ว่าช้า หรือว่าเร็ว ปลายทางของเราทั้งสอง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#330099;"&gt;ก็ต้องมาสิ้นสุดที่คำว่า ...ลาก่อน อยู่ดี&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;--------------------------------------------หลังหน้าต่างบานนั้น ฉันเป็นฉัน &lt;span style="color:#ff9900;"&gt;กีรติ&lt;/span&gt;/&lt;span style="color:#996633;"&gt;ปลายฝน&lt;/span&gt; สักวันฉันคงเปิดม่านให้แสงตะวันและแสงจันทร์สัมผัสฉันอย่างที่ควรจะเป็น...แค่แอบมองแบบนี้ คงไม่พอแล้ว&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35254362-116024560649192772?l=plyfon.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://plyfon.blogspot.com/feeds/116024560649192772/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35254362&amp;postID=116024560649192772&amp;isPopup=true' title='12 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116024560649192772'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116024560649192772'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://plyfon.blogspot.com/2006/10/blog-post_08.html' title='หลังม่านหน้าต่างบานนั้น'/><author><name>keerati</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17568021238578515354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>12</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35254362.post-116015326944703625</id><published>2006-10-06T23:36:00.000+07:00</published><updated>2006-10-07T11:43:03.650+07:00</updated><title type='text'>ป่าช้านคร</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;color:#330033;"&gt;•เสียงหวีดหวิวลิ่วลมคมบาดหู&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#330033;"&gt;ระริกกู่ก้องฟ้องร้องเรียกหา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#330033;"&gt;อ้อมกอดอุ่นที่พลัดพรากจากกันมา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#330033;"&gt;ติดตรึงตราเพียงหลับฝันวันล่วงเลย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#330099;"&gt;• แม่เคยป้อนนมให้ร่างกายแกร่ง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#330099;"&gt;กระชับแรงเติบโตโอ้อกเอ๋ย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#330099;"&gt;ผ่านกี่ปี กี่คืนค่ำ ย้ำรำเพย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#330099;"&gt;ที่พัดเผย&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#330099;"&gt;ความคิดถึงจึ่งติดตาม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#666600;"&gt;• เพียงเพื่อถามแม่จ๋าสบายไหม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#666600;"&gt;ผืนนาไร่เราร้างอ้างคำถาม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#666600;"&gt;ที่เคยปลูกเคยพรวนดินถิ่นเงินงาม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#666600;"&gt;ไม่ครั่นคร้ามหวามเกรงต่อเภทภัย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#663300;"&gt;• ตากับยายตายแล้วแม่ไม่รู้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#663300;"&gt;ที่ที่อยู่หลุดจำนองน้ำตาไหล&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#663300;"&gt;ผืนดินที่เคยชุบเลี้ยงเสบียงใจ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#663300;"&gt;ไม่เหลือแล้วหรือไรให้ทำกิน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#990000;"&gt;• มาเมืองใหญ่ผู้คนคล้ายไร้ชีวิต&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#990000;"&gt;ช่างเบือนบิดจากที่ฝันหมั่นถวิล&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#990000;"&gt;ว่าเมืองฟ้าเมืองธิดาพาใจบิน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#990000;"&gt;หัวใจสิ้นโรยแรงแพลงหัวใจ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#6600cc;"&gt;• สองเท้าเปล่าของลูกเริ่มสั่นทัก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#6600cc;"&gt;เหนื่อยเหลือนักจักตามหาแม่ที่ไหน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#6600cc;"&gt;เหลียวมองหาที่ว่างร้างป่าใจ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#6600cc;"&gt;นี่แน่หรือเมืองใหญ่ชั่งใจตน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#009900;"&gt;• หรือเราเองที่หาใช่อย่างเขาคิด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#009900;"&gt;จึงเบือนจิตคิดกับเราเยี่ยงสัตว์ขน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#009900;"&gt;โอแม่เอ๋ยลูกล้าเหนื่อยเอื่อยกมล&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#009900;"&gt;แม่หรือทนอยู่ในที่เช่นนี้มา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#339999;"&gt;• หรือแม่จ๋าก็ตายแล้วหาได้อยู่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#339999;"&gt;ในเมืองที่ไร้ผู้ก่นกังขา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#339999;"&gt;ป่าช้านี้คือที่ฝังกลบมารดา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#339999;"&gt;แม่จึงไม่คืนกลับนายังบ้านเรา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#663333;"&gt;• สะอื้นสะอึกสุดท้ายกลับคืนถิ่น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#663333;"&gt;ยังแผ่นดินแนวกว้างขุนป่าเขา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#663333;"&gt;ตามประสาลูกกำพร้าไร้ถิ่นเนา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#663333;"&gt;แม่,ยาย,ตาขอเก็บเอาไว้ในใจ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;• สังคมเอยไม่คล้ายที่พึงประสงค์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;เหยียดเบียดลงคงค่าแค่เราเขลา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;เก็บรักเอยเก็บเอาไว้ในใจเรา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;ป่าช้าเล่าคงกลืนฝังจนหมดเมือง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#cc0000;"&gt;• จำจดก้าวสุดท้ายของปลายเท้า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#cc0000;"&gt;ร้อยเรื่องราวร้าวน้ำตานองนิจเนื่อง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#cc0000;"&gt;ดีกว่าทิ้งชีวิตปลิดปล่อยเปลือง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#cc0000;"&gt;ทิ้งราวเรื่องไว้นั่นหนาป่าช้านคร.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35254362-116015326944703625?l=plyfon.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://plyfon.blogspot.com/feeds/116015326944703625/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35254362&amp;postID=116015326944703625&amp;isPopup=true' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116015326944703625'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116015326944703625'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://plyfon.blogspot.com/2006/10/blog-post_06.html' title='ป่าช้านคร'/><author><name>keerati</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17568021238578515354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35254362.post-116006466740037101</id><published>2006-10-05T21:59:00.000+07:00</published><updated>2006-10-05T23:20:52.640+07:00</updated><title type='text'>เงาของความเหงา - ร่องรอยของความสุข</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;color:#cc6600;"&gt;&lt;strong&gt;เงาของความเหงา ซ่อนตัวอยู่ที่ใดหรือ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ในงานเขียน บทกวี และคำประพันธ์หลายหลาก หรือแม้แต่ในคำพูดของใครบางคน คำนี้เพียงคำเดียวที่เปลี่ยนแปลงความรู้สึกที่ร่าเริง ในขณะที่กำลังพบความสุข ซึ่งบดบังความทุกข์ที่อยู่ลึก.. ลึกจนก้นบึ้งหัวใจ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ความรู้สึกบางอย่างที่แทรกตัวอย่างเงียบเชียบ ค่อยแผ่ขยายพองตัวเมื่อยามที่เสียงหัวเราะ ค่อยๆจางหาย รอยคิ้วที่โค้งสนุก วางตัวคล้อยลงต่ำอย่างล้าเหนื่อย กี่นาทีกันกับเสียงหัวเราะ กี่ชั่วโมงกันกับความโดดเดี่ยว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เสียงดนตรีทำนองเก่า ดังมาไกลๆ เพลงที่ครั้งหนึ่งเคยประกอบบทประพันธ์ของสองพ่อลูก ช่วยกันนวดดิน และปั้น ปั้น ปั้น ความสนุก และเสียงหัวเราะ ในเวลานั้น สิ่งที่เด็กน้อยไม่มีวันเข้าใจ นั่นคือ เงาแห่งความเหงา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เด็กน้อยเหงา พ่อทดแทนด้วยรอยยิ้ม การใช้ชีวิตของคนที่ไม่อาจกำหนดรูปร่างครอบครัวได้ เป็นความจริงที่แสนเจ็บปวด ทรมานทุกครั้งที่ต้องโบกมือลาจากกัน ทั้งที่ น่าจะอยู่คุย อยู่เล่นด้วยกันก่อน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;"พ่อ..ไหนว่าจะสอนปั้นดินไง"&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;มันอาจเป็นเพียงฉากหนึ่งของละครหลังข่าว มันอาจเป็นเพียงบทละคร แต่สำหรับบางคน อาจเป็นผู้แต่ง ผู้ชม ผู้เล่น บทบางบทที่มีอยู่ ไม่แน่ว่าจะเป็นเรื่องจริง ที่ครั้งหนึ่งเขาเคยประสบ เขาเคยได้รู้สึกถึงความเหงา ที่แทรกตัวเข้ามาแทนที่ความสุข รอยยิ้ม เสียงพูดคุยระหว่างกัน ระหว่างพ่อกับลูก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ความรู้สึกที่ไม่อาจเรียกว่า สุข ทุกข์ หรือความเหงา...จะเรียกอย่างไร จะจับแยกออกมาอย่างไร ในเมื่อมันคละเคล้าเสียจน ไม่อาจแยกขาดได้...ในความเหงาก็มีร่องรอยของความสุข&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เวลาฝนตกลง ระหว่างที่ฝนเริ่มซา ความเหงาเข้ามาทักทายอีกครั้ง...หนักหน่วงกว่าเมื่อตอนฟ้าคำราม และลมพัดรุนแรง ...กับคนที่อยู่ลำพังด้วยแล้ว จะเรียกว่าทุกข์หรือสุขดีนะ ในเมื่อภาพความหลังเก่าๆ พี่น้องเล่นสร้างบ้าน ผ้าห่มผืนบางที่แย่งกันห่มนอนเพราะเย็นสบาย หมอนเรียง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เป็นผนังกั้น บ้านของเราสองพี่น้อง บ้านที่สร้างขึ้นในบ้านสวนเรือนไม้ พื้นกระดานเย็นเยียบ...เสียงหัวเราะกับบ้านที่เราสร้าง พี่นอนขดตัว น้องนอนเกยกัน มันทำให้ยิ้มได้นะ นี่ไงความสุขเกิดขึ้น เกิดขึ้นมาจนได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;***กีรติเคยเขียนบทกวี "ดนตรีในความเงียบ" ไว้ให้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;จังหวะของเพลงหนึ่ง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;คล้ายคลึงกับลมหายใจเข้า-ออก-เข้า-ออก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ซึ่งซ่อนความอ่อนไหวและความลับของความรู้สึก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ในหัวใจเรา มีจังหวะการเต้นที่ต่างกับจังหวะของการหายใจนะ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;มันต่างกันจนคล้าย และคล้ายกันจนต่าง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เมื่อรู้ว่าเหมือน เห็นจะเป็นนาทีที่ไม่หายใจ จนจังหวะการเต้นสงบลงเช่นกันเป็นเช่นเดียวกันในที่สุด_____________________________เขาเรียกว่าตายนี่นะ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;บทเพลงคล้ายการหายใจ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;จังหวะเคลื่อนไปเสมอจนจบเพลงนั้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ระหว่างจังหวะในเสียงดนตรี คือการเต้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ของใจตนมันอาจเดินช้า หรือเร็วกว่า &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ดนตรีในความเงียบ...เธอเคยได้ยินไหม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เสียงของความเงียบ เธอเคยได้ยินหรือเปล่า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ไพเราะหรือแสนเศร้า แล้วใครกันนะที่บรรเลงเพลงนี้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ใช่ตัวเธอไหม หรือใครกัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างฟังเพลง..เพลงแห่งความเงียบ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;มันอาจดังเสียยิ่งกว่าเพลงนั้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ดังเสียจนทำให้โลกทั้งใบเงียบใบ้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เช่นกันกับหัวใจที่ล้าเหนื่อยของเธอ___________________________ โลกเงียบไปแล้ว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ลมเอย เสียงของเธอช่างไพเราะ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;หูของฉัน...ใจของฉันบอกกับฉันว่า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ในโลกเงียบเชียบเช่นนี้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เธอคือดนตรีที่ไพเราะเหลือเกิน เจ้าลมหายใจ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;2006-06-24 19:05:52/กีรติ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#996633;"&gt;เงาของความเหงา - ร่องรอยของความสุข...ฉันไม่เคยแยกออกมาให้รู้สึกอย่างกระจ่างได้สักครั้งเลย&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35254362-116006466740037101?l=plyfon.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://plyfon.blogspot.com/feeds/116006466740037101/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35254362&amp;postID=116006466740037101&amp;isPopup=true' title='5 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116006466740037101'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/116006466740037101'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://plyfon.blogspot.com/2006/10/blog-post_05.html' title='เงาของความเหงา - ร่องรอยของความสุข'/><author><name>keerati</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17568021238578515354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>5</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35254362.post-115997435835100070</id><published>2006-10-04T21:14:00.000+07:00</published><updated>2006-10-04T22:14:07.496+07:00</updated><title type='text'>ข้าวต้มกับปลาทู</title><content type='html'>&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/2848/3919/1600/444.0.jpg"&gt;&lt;img style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://photos1.blogger.com/blogger/2848/3919/320/444.0.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#cc33cc;"&gt;ข้าวต้ม&lt;/span&gt;กับ&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;ปลาทู&lt;/span&gt;เป็นอาหารของมื้อค่ำนี้...ข้าวต้มร้อนๆกับปลาทูทอดจนกรอบ มีน้ำปลาพริกทั้งหมดเป็นฝีมือของแม่&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;นี่มันกี่วันมาแล้วนะกว่าจะได้กินข้าวมื้อค่ำของบ้าน ข้าวสารในตุ่มฉันกินไปสักเท่าใดกัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ในแต่ละวันฉันกินข้าวนอกบ้านมากกว่าฝีมือของแม่ทั้งที่โหยหาตอนเด็กๆ ฉันหลงลืมด้วยข้ออ้างเรื่องการงานและภาระโน่นนี่นั่น จิปาถะ ไม่นับยอดข้าวที่แอบดื่มตั้งแต่เรียน ปริญญาตรี จนมาเปิดตัวดื่มหน้าโต๊ะคอมให้แม่เห็นจะๆ "หมอเขาบอกอ่ะแม่ ว่ากินแล้วจะดีต่อโรคความดันโลหิตต่ำ" &lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ข้ออ้างทั้งนั้น ชีวิตนี้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ฉันชอบกินข้าวต้มร้อน มากกว่าข้าวสวยร้อน แม่เล่าให้ฟังว่า ตอนเด็กฉันมักขอให้เอาน้ำร้อนใส่ในข้าวสวย จะได้เหมือนกินข้าวต้ม มานึกๆเวลานี้ฉันชอบไหม ...ฉันไม่ได้ชอบอย่างเอาเป็นเอาตายเหมือนแต่ก่อน..แต่ยังชอบข้าวร้อนๆและกับข้าวง่ายๆอยู่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ตอนที่กระแช่เข้าปากใหม่ๆ ตอนนั้นเรียน ป ตรี ปีหนึ่ง วันนั้นมีแข่งบอล เพื่อนน้ำขุ่นๆส่งมาให้ลอง เป็นครั้งแรกในชีวิต ที่ลิ้นสัมผัสกับของเมาๆ ครั้งแรกดมกลิ่น มันเหมือนละมุดมาก รสแปลก ฉันกระดกไม่ยั้ง 555+ รุ่นพี่ตามหาถังกระแช่ เป็นฉันนี่เองที่ยึดไว้กับเพื่อนที่พุ่มไม้ ไม่อยู่เชียร์ใครทั้งนั้น รสชาติหวานคอในที่สุด ยอมรับว่าติดใจตั้งแต่แก้วแรก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;แต่ผลสิไม่น่าติดใจ&lt;/strong&gt; ฉันปวดหัวมากเมื่อตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้น..ใจคิด เลิกๆๆไม่กินๆๆ สุดท้ายก็ทำไม่ได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;การงานและเรื่องบางเรื่องทำให้ไกลห่าง หวนกลับมากินข้าวบ้านและขนมอร่อยฝีมือแม่..ข้ออ้างอีก--ความจริงเก็บเงินซื้อของ มันคือกล้องตัวแรก แต่&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ที่รู้ๆ น้ำหนักตัวขึ้นจนแม่พอใจ แม่บอกว่าอย่าผอมมาก เดี่ยวลมพัดมาจะปลิวลม นี่ยังไม่รวมคำพูดเพื่อนเก่าๆนะ มาเจอกัน มันว่า เราติดยา...โอยเอาเข้าไป..&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เวลาฝนตก ไม่รู้ทำไมนะที่บ้านต้องต้มข้าวต้ม และปลาทูทอด จะว่าไปบ้านเรากินปลาทูเป็นอาหารหลักก็ว่าได้ บ้านเราใกล้ตลาดสด ของกินดีๆใหม่ๆมาจากมหาชัย ฉันกินอาหารทะเลมากกว่าหมูและไก่ แต่ก็พอทำความเข้าใจได้ว่า อากาศหนาวๆอย่างนี้ กินข้าวต้มร้อนๆ มีควันอุ่นๆกับอาหารหลักของบ้าน คงสุขใจดีจริงๆ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;มันเป็นจริงอย่างนั้น...ฉันรู้วิธีสร้างความสุขของแม่ด้วยมื้ออาหาร &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เดี๋ยวนี้แม่ไม่ป้อนข้าวแล้ว จะอ้อนแม่ก็อายหลาน กินร่วมโต๊ก็ยังดีกว่าเอามากินหน้าคอม...แม่แกะปลาทูให้กิน เต็มจาน ฉันว่า ยังไงแม่ก็ยังเห็นฉันเป็นเด็ก อยากดูแล และเอาใจ...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;คืนนี้อิ่มท้อง และสุขใจกว่าคืนก่อน ลืมรสหมูปิ้งยายใบ้ถนนพระอาทิตย์ไปได้เลย มันสุขต่างกันโข &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมนะ แมวถึงชอบกินปลาทู...คงรู้สึกอิ่มท้อง ย่อยง่ายๆแบบนี้นี่นะ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff6600;"&gt;กับความรักของแม่ ย่อยแล้วเป็นกำลังในหัวใจจริงๆ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35254362-115997435835100070?l=plyfon.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://plyfon.blogspot.com/feeds/115997435835100070/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35254362&amp;postID=115997435835100070&amp;isPopup=true' title='5 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/115997435835100070'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/115997435835100070'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://plyfon.blogspot.com/2006/10/blog-post_04.html' title='ข้าวต้มกับปลาทู'/><author><name>keerati</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17568021238578515354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>5</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35254362.post-115981403337759125</id><published>2006-10-03T00:53:00.000+07:00</published><updated>2006-10-04T20:41:11.886+07:00</updated><title type='text'>เสบียงแห่งความรัก</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;ความรัก&lt;/strong&gt;...ความรู้สึกที่มีเวลาเป็นตัวปรุงแต่ง ให้ผันเผียน ประสบกับความสุขเหลือล้น และความทุกข์นานา...และความรักนี่เองที่ทำให้นาฬิกา วิ่ง เดิน ได้อย่างมีความหมายมากขึ้น มีจุดหมายมากขึ้น แม้ว่า จุดหมายที่วางไว้ อาจไม่ใช่ทางที่คาดไว้ก็ตาม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ตอนเด็ก เวลาออกค่าย แม่จะห่อขนมไปให้กินในกระเป๋านอกเหนือไปจากของกินที่ทางโรงเรียนจัดให้ เพราะความที่เป็นคนขี้โรค ต้องมีขนมหวานกินเรื่อยๆ เพื่อเพิ่มน้ำตาล และให้อิ่มท้อง ขนมที่ชอบมากจะเป็นขนมน้ำดอกไม้ สีสวยๆ จำได้ว่าเวลาไม่สบายจะกินอาหารไม่ค่อยได้...ขนมน้ำดอกไม้เป็นอาหารหลักในแต่ละมื้อ เพราะทำจากแป้งไม่หวานเกินไปนัก กินได้หลายชิ้น อยู่ท้องดีนัก แม่จะไปซื้อที่ตลาดวัดไทร ทุกเช้าเมื่อรู้ตัวว่าไม่สบาย ฉันจะกลายเป็นเด็กน้อยๆอีกครั้ง...เห็นความรักของแม่ชัดเจนขึ้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;จะว่าไป.เสบียงนี่สำคัญนะ และที่ฉันคิดว่าสิ่งที่มีในใจคือความรู้สึก ความรัก และไม่ควรขาดเสบียงเช่นกัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ทุกสิ่งต้องมีอาหารหล่อเลี้ยง ทั้งร่างกาย และหัวใจ...แล้วสิ่งใดเล่าคืออาหารสำหรับความรู้สึก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;กว่าเราจะรู้ตัวว่าสิ่งใดกันที่จำเป็น ขาดไม่ได้ นั่นจะเด่นชัดเมื่อยามขาดหาย ความรู้สึกที่ว่างโล่งไร้ที่ยึดเกาะ เมื่อนั้น ความรู้สึกที่เรียกว่าความหวัง จะถูดจุดด้วยประการไฟดวงเล็กๆ เพื่อให้หัวใจได้อบอุ่นขึ้นบ้าง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ตอนอยู่ที่เชียงใหม่ ฉันเหงามาก ฉันขับรถไม่เป็น ขี่จักรยานไม่ได้ ไม่รู้จักเส้นทาง และมีแต่ความขลาดกลัว บ้านเป็นสถานที่เดียวที่ฉันรู้สึกว่าเป็นทั้งที่คุมขัง และเป็นโลกทั้งใบของฉัน...ฉันโทรกลับมาบ้านที่กรุงเทพฯบ่อยมาก เหมือนมันไม่พอ ขาดความมั่นใจ ไม่รู้สึกว่าพอ ที่จะคุยกับแม่ และเพื่อน..ฉันขาดเสบียง ฉันไม่ได้ตุนมาจากกรุงเทพฯ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ต้นไม้ที่บ้านพ่อ ออกลูกดกดีมาก พ่อมีบ่อปลาขนาดกลาง มีหมาพันธุ์บางแก้วจำนวนหนึ่ง ทั้งหลายเหล่านี้ ฉันคิดว่าจะช่วยให้คลายเหงา ทว่าฉันเหงา เพราะฉันลืมเอาบางอย่างมาจากกรุงเทพฯ มันคือความพร้อม..ฉันไม่พร้อมเลยในเวลานั้น ที่จะอยู่ยาวๆที่เชียงใหม่ ผืนดินด้านที่มองทางทิศเหนือเห็นภูเขา ทิศตะวันออกที่มีฟ้าครามสีแปลก ทางทิศใต้ที่มีทุ่งเลี้ยงวัว และทางตะวันตกที่มีหอกระจายเสียงของหมู่บ้าน...แต่ใจของฉันไม่พยายามทำความคุ้นเคยเอาเสียเลย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมา หมอกจางๆยามเช้า อากาศที่ไม่เคยได้รับมาก่อน ความสดชื่นที่แท้ความเขียวที่สดใส ฉันบันทึกสิ่งเหล่านั้นกลับมาเพื่อเป็นเสบียง คราวนี้ฉันจะไม่พลาดอีก มาถึงตรงนี้ ฉันเข้าใจขึ้นแล้วว่า เสบียงแห่งความรักนั้น คือการซึมซับ ในสิ่งต่างๆด้วยใจด้วยความรัก &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;หลายต่อหลายครั้งที่ฉันคิดถึงสิ่งอื่น จนลืมสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เมื่อครั้นจากไป ก็ได้แต่คิดถึง แท้ที่จริง เราสามารถกักตุนความรู้สึกที่สวยนั้นเป็น&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เสบียง เมื่อวันต้องจากไป แน่นอนว่า ภาพแห่งความทรงจำไม่เคยเลือนหาย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ฉันไม่ป่วยเมื่อยามอยู่ที่เชียงใหม่ ฉันพยายามสุขในสิ่งที่เป็น ในเมื่อฉันขับรถไม่ได้ ขี่จักรยานไม่เป็น และพ่อไม่เคยขังฉัน ฉันจึงเริ่มออกเก็บเสบียงรสแปลกบริเวณรอบๆหมู่บ้านด้วยสองเท้า...ความเป็นชนบทที่แท้ เกิดขึ้นต่อหน้า ท้องทุ่ง ฝูงวัว และภาษาเมืองที่ฟังแล้วน่ารักดี&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เสบียงความรักเติมขึ้นทีละนิด ทุกวัน จนเต็มเปี่ยมเมื่อวันกลับ...ฉันคิดถึง จะไม่โหยหา ฉันมีเสบียง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ทุกวันฉันเติมเสบียงความรักจากคนรอบข้าง เผื่อวันหน้าหากจะต้องเดินทางไกล อาจห่างกัน ฉันจะไม่ขาดเสบียงอีก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เสบียงความรักอย่างไรเล่า คนดีของฉัน&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35254362-115981403337759125?l=plyfon.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://plyfon.blogspot.com/feeds/115981403337759125/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35254362&amp;postID=115981403337759125&amp;isPopup=true' title='6 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/115981403337759125'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/115981403337759125'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://plyfon.blogspot.com/2006/10/blog-post_03.html' title='เสบียงแห่งความรัก'/><author><name>keerati</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17568021238578515354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>6</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35254362.post-115973115863912712</id><published>2006-10-02T02:31:00.000+07:00</published><updated>2006-10-02T02:32:38.640+07:00</updated><title type='text'>ก่อนตะวันลับฟ้า</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;ก่อนตะวันลับฟ้า เธอมองเห็นอะไร?&lt;/strong&gt; คำถามที่ดูไม่มีความหมายในสังคมใหญ่ ในเมื่อยามค่ำคืน เราต่างยังมองเห็น มีแสงไฟ ราวกับว่า เมืองแห่งนี้ไม่เคยได้หลับไหลเลยสักราตรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลมหายใจของมนุษย์เงินเดือนหลับใหลในบ้านที่ประกอบขึ้นต่างกัน เช้าขึ้นต่างแยกย้ายเข้าอาคารสำนักงาน เป็นเช่นนี้ จวบจนหมดสภาพที่จะเป็นประโยชน์ต่อองค์กร เช่นนี้แล้ว สิ่งที่เราท่านเห็นกันทุกวัน ใช่สิ่งเดียวกันหรือไม่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ใครบางคนเอ่ยว่า แท้จริงคนเราต่างพยายามมองให้เห็นในสิ่งเดียวกัน หรือต่างกันแค่เพียงสองฝ่าย เหมือนคำถามฮอตฮิตในระยะที่การเมืองไทยร้องหาข้าง เพียงเพื่อสร้างความชัดเจนในการปะทะ เพียงเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อครั้งที่เรียนเพ้นท์ ครูท่านหนึ่งให้วาดรูปตามแนวความคิดตัวเอง เรียก อินดิวิดวลอาร์ท เพื่อนคนหนึ่งนำเสนองานในแนวโมโนโทน เพื่อนคนนั้นบอกว่าต้องการนำเสนอ สีในหัวใจคน คือ มี ขาว-ดำ แต่ในองค์ประกอบศิลป์ของเพื่อน เพื่อนยังปรากฏสีเทา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาจารย์ร้องถาม ขาวคือความดี และดำคือความชั่ว แล้ว หากขาวเปื้อนสีดำ จะยังเป็นความดีอยู่ไหม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นั่นคือประเด็นของอาจารย์ แต่สิ่งที่ตกตะกอนอยู่ในสมอง ณ เวลานี้ คือ ใครเล่า คือคนดี ใครเล่าคือคนเลว ตราบใดที่ยังมีส่วนผสมอยู่ ยังมีสีเทา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สังคมของเรา มีเพียงสีเทา ที่เชื่อเช่นนั้นเพียงเพราะว่า สังคมของเราไม่สามารถบริสุทธิ์ เช่นแต่ก่อน แต่ก่อนที่มนุษย์จะรู้จักการการค้า มั่นใจเถิดว่า ใครต่อใคร ต่างเป็นสีเทาต่อกัน เราอาจเป็นคนดีของใครบางคน และอาจเป็นคนเลวสำหรับใครอื่น มันสำคัญไหม นี่คือคำถามที่น่าขบคิดว่า สังคมต้องการคนดี และต้องดีเพียงไร หากในหัวใจของเขา มีเชื่อโรคแห่งความละโมบ ตะกอนดำกวนจนน้ำใสขุ่นขึ้น เขาจะยังเป็นคนดีอยู่หรือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สังคมไม่สามารถเป็นได้ตามปรารถนา ไม่มีวัน...แท้จริงแล้ว จุดยืนที่แท้คือความแปรเปลี่ยน เช่นกันกับคำว่า ปรารถนา ความต่างกันที่แสนพยายามหาจุดตรงกลาง เพื่อช่วยกันสร้างสังคมที่น่าอยู่ มีต้นไม้ไหวพริ้ว และเสียงหัวเราะ เห้นทีจะมีใตตัวหนังสือ ของนักเขียนช่างฝัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราต่างลืมตาตื่นขึ้นมาเพื่อพบกับสังคมสีเทา เราแหวกว่ายในถังสีของเมืองขนาดใหญ่ โลกของเราไม่ใช่สีฟ้าอย่างที่ใครเชื่อ โลกเราเป็นสีเทา...ที่กวนสีไม่เข้ากันดีนัก วันนี้เราอาจว่ายไปพบกับผลึกก้อนสีดำ วันนั้นเราอาจลงเอานิยามสังคมว่าเหลวแหลก น่าอัปยศ แต่ถ้าอดทนทนอยู่ไป อาจได้พบสีขาว ที่อาจทำให้เราอภัยกับสิ่งโสมมที่ผ่านมาทั้งหมด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ่งนั้นคือความรัก ความรักทำให้โลกเป็นสีขาว ไม่ใช่สีชมพู แล้วจะมองเห็นกันไหมว่า ความรักนี่เองที่ทำให้สังคมน่าอยู่&lt;br /&gt;ความรักอยู่ในสายลม ลมหายใจของคนเราเพียงแต่ หัวใจของคนนี้ต่างกัน ความรักจึงต่างกัน ไม่อยากลงเอยเลยว่า ความรักก็จะกลายเป็นสีเทา เมื่อความละโมบปรารถนาในรัก มีเกินกว่าความหมายดีๆที่แบ่งกันมีความสุข&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนตะวันลับฟ้า หรือก่อนเราปิดม่านดวงตา เรามองเห็นอะไร...มองเห็นความรักในโลกใบเทา ในสังคมที่พึงปรารถนา หรือมองเห็นเพียงมายาของตัวละคร...เราคงต้องใช้ใจช่วยกันดูแล้ว&lt;br /&gt; &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35254362-115973115863912712?l=plyfon.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://plyfon.blogspot.com/feeds/115973115863912712/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35254362&amp;postID=115973115863912712&amp;isPopup=true' title='9 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/115973115863912712'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/115973115863912712'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://plyfon.blogspot.com/2006/10/blog-post_115973115863912712.html' title='ก่อนตะวันลับฟ้า'/><author><name>keerati</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17568021238578515354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>9</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35254362.post-115967993732357173</id><published>2006-10-01T11:44:00.000+07:00</published><updated>2006-10-01T12:18:57.336+07:00</updated><title type='text'>อีกนาทีก็สายเสียแล้ว</title><content type='html'>&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;"พรุ่งนี้ก็สายเสียแล้ว"&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ฉันเป็นคนผลัดวันประกันพรุ่งมาตั้งแต่เด็ก  การบ้านจะถูกทำในช่วงเวลาที่ควรนอน  ทำให้ดูเหมือนมีการบ้านเยอะ แต่ความจริงแล้ว ฉันเอาเวลาไปทำอย่างอื่นมากกว่า   น่าเสียดายที่การนอนดึกของฉันในวันนั้น  เป็นคนละประเด็นในวันนี้  วันนี้ฉันนอนดึกเพราะเขียนหนังสือ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ที่เสียดายเพราะ..ฉันอยากเหลวไหลอีกครั้ง  เวลานั้น มีความสุขลึกๆนะ ที่ได้ปั่นงานหลังจากดูการ์ตูน ละคร และวาดรูปเล่นแต่ด้วยสมองที่แก่ตัวลง บอกว่า  &lt;strong&gt;พรุ่งนี้ก็สายเสียแล้ว  &lt;/strong&gt;ฉันกลับไปทำคล้ายๆแบบนั้นยากแล้ว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ตอนที่เรียนปริญญาตรี..ฉันเผางานทุกคืน  เพื่อให้ทันส่งอาจารย์ในรุ่งเช้า เชื่อไหมว่าฉันทำงานต่อรายวิชาประมาณสองถึงสามชิ้น  เพื่อเอามาเลือก  หลายครั้งที่ฉันเลือกงานที่ทำเสร็จชิ้นแรกๆ  แต่ก็มีที่งานชิ้นสุดท้ายสวยกว่า  แต่นั่นแหละ  การเผางานไม่ได้หมายถึงคนที่ทำต้องเหลวไหลนะ  ฉันพยายามเรียนให้ได้รู้เรื่องมากที่สุด  &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;จำได้ว่า มีคืนหนึ่ง  อาจารย์สั่งให้เพ้นสีน้ำมัน  เราลักไก่ด้วยการเพ้นอาคิลิกด้วย  ผลออกมา  เราควบคุมเนื้อสีไม่ได้  คิดๆไม่น่าเลยจริงๆ  แทนที่จะเสร็จเร็ว  ดันหงุดหงิดเข้าให้  เราไม่เก่งเรื่องเทคนิค  จึงตัดสินใจ วาดใหม่  ไม่ใช้ลินสีด...สีไม่แห้ง  ต้องเอาพลาสิกปะหน้า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ตอนเอามาเปิดส่งอาจารย์ โอยลำบาก  ระวังเพื่อนๆแสนซนมาชนมาก  จะบอกว่า  &lt;strong&gt;เฮ้ย  สี ยังไม่แห้งโว้ย&lt;/strong&gt;...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;มาเรียนปริญญาโท  สันดานเดิมๆยังไม่หาย  แต่ดีที่เรียนน้อยกว่ามาก  ฉันเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ ไม่ต้องวาดรูป  ขอแค่อ่านหนังสือ  ฉันอ่านหนังสือมากกว่าแต่ก่อน แสนเท่า  แต่ก่อนนิยมดูรูปมากกว่า...เหนื่อยสายตา และปวดหัวมาก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;อาจารย์พูดกรอกหูทุกวัน..&lt;strong&gt;คุณต้องอ่านหนังสือมากๆ&lt;/strong&gt; สำหรับคนที่ไม่ค่อยรู้หนังสืออย่างฉัน  การมาเริ่มต้นที่นี่  มันหนักหนาเอาเรื่องอยู่...เหนื่อยมาก  จะขี้เกียจก็ไม่ได้  ทำรายงานไม่สามารถเผาก่อนส่ง  มีแต่ต้องทำให้สมบูรณ์เท่านั้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ฉันใช้เวลาหาข้อมูลทำรายงาน  และเขียนมันในคืนก่อนส่ง สามวัน  เห็นไหม  เรานิสัยดีขึ้น  ทำเสร็จก่อนส่ง  แต่ไม่วายต้องมีแก้ไขจุกจิก  อยู่ดี&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;วันนี้ วันที่ไม่ต้องเรียนหนังสือแล้ว  ฉันอ่านหนังสือของนักเขียนวรรณกรรมเยอะ(มันก็ยังน้อยหรอก)กว่าแต่ก่อน  อ่านแล้วคิด  คิดแล้วเขียน  ไม่อยากให้ความฝันที่เปลี่ยนตอนเรียน ปโท ต้องพังลง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;อีกนาทีก็สายเสียแล้ว&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;อย่ารอถึงวันพรุ่งนี้เลย  ทำงานดีกว่า&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35254362-115967993732357173?l=plyfon.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://plyfon.blogspot.com/feeds/115967993732357173/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35254362&amp;postID=115967993732357173&amp;isPopup=true' title='9 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/115967993732357173'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/115967993732357173'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://plyfon.blogspot.com/2006/10/blog-post_01.html' title='อีกนาทีก็สายเสียแล้ว'/><author><name>keerati</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17568021238578515354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>9</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35254362.post-115964527646952016</id><published>2006-10-01T02:02:00.000+07:00</published><updated>2006-10-01T11:27:12.890+07:00</updated><title type='text'>ยิ่งเข้าใกล้ ยิ่งไกลห่าง</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เรามีทฤษฎีสอนตัวเองว่า &lt;strong&gt;ยิ่งเข้าใกล้ยิ่งไกลห่าง&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ครั้งหนึ่ง เรามีความรักกับคนที่ รู้จักกันอย่างผิวเผิน...เขาน่ารัก และสนใจฉันมาก&lt;br /&gt;เราคุยแลกเปลี่ยนทัศนติหลายอย่าง ...มันนานเท่าไหร่นะ ฉันลืมไปว่ามันเป็นช่วงเวลาสั้นๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันแรกที่รู้จักกัน ฉันนึกว่าเขาเป็นผู้หญิง ชื่อของเขาคล้ายผู้หญิงมาก แต่เมื่อได้รู้จักกัน ถึงได้รู้ว่า เขาเป็นหนุ่มน้อย ที่อายุห่างจากฉัน 2 ปี เขาไม่ได้เรียกฉันว่าพี่ เขาให้ความสนิทสนมกับฉัน อย่างเพื่อน ...ทุกคืนเราจะได้พบกันผ่านหน้าต่างสี่เหลี่ยม ทุกคืน จนฉันกลัว...กลัวจะกลายเป็นคนที่กลัวแสงอาทิตย์ เวลาของเรามีจำกัด มันน้อยมาก ที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน ในโลกเสมือน ฉันขอให้เขาโทรศัพท์ปลุกฉันทุก 6 โมงเช้า ซึ่งเขาจะตื่นเวลานั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาแปลกใจที่คนทำงานและเรียนไปด้วยอย่างฉัน มีเวลานอนน้อยมาก...ในเวลานั้น แดดยามเช้าดูอบอุ่นกว่าทุกวัน ฉันตื่นขึ้นมาเพื่อรอโทรศัพท์ของเขา ฉันตื่นก่อนเขาจะโทรมา ใจยังหวังว่า เขาจะไม่ลืม ใช่แล้ว เขาไม่เคยลืม เขาทำตามคำขอเสมอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และเขาก็ทำตามที่หัวใจของเขาขอเช่นกัน ในคืนที่เราไม่ทันรู้ตัว เขาขอให้เราเลิกติดต่อกับเขา เลิกคุย เลิกพูด เลิกโทรหา และบอกอีกว่า ตื่นเอาเองบ้าง เบื่อจะปลุกแล้ว...คำมันแรงกว่าที่ฉันทบทวนมาก มันคือฝันร้ายที่ฉันไม่เต็มใจฝัน ฉันรู้ว่าทุกอย่างจะเรียกว่าสมมติขึ้นก็ได้ เช่นกันกับเวลาที่เธอมาอ่านสิ่งที่เขียนนี้ มันไม่ใช่ความจริงในโลกที่เราแบ่งกันหายใจ เข้า-ออก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันน่ารำคาญหรอกหรือ...คืนก่อนหน้านั้น เราคุยกันถึงเช้า มันเป็นลางบอกเหตุ เขาพูดขึ้นว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ฉันอาจเป็นเงาของแก เป็นอดีตของแก ถ้าวันหนึ่งตื่นขึ้นมาแล้วรู้ว่าไม่มีฉัน แกจะทำไงวะ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันไม่รู้หรอกในเวลานั้น แต่เวลานี้ฉันนรู้แล้ว "ฉันคิดถึง"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทฤษฎีเก่าๆของเรา ยังปรากฎรูปจริงเสมอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนเรายิ่งเข้าใกล้บางอย่าง ยิ่งไกลห่างจริงๆ...เช่นวันนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพียงเพราะคำว่า ที่ว่าง พื้นที่ของกันไม่ได้ถูกแบ่งเผื่อไว้ในวันหน้า จึงมีเพียงควันจางของมิตรภาพ บทเพลงที่เขาชอบ เรื่องเล่า และเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม นิ้วมือและขนมปังที่เคยกินอวด ในคืนหนึ่งที่เขาเริ่มหิวระหว่างคุย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความคิดถึง ทำให้เรานอนดึกแบบนี้อีกแล้ว หวังว่าเช้าขึ้นมาเราจะไม่ได้รอการโทรมาปลุกของใคร...เราหวังว่า จะไม่รอ&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35254362-115964527646952016?l=plyfon.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://plyfon.blogspot.com/feeds/115964527646952016/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35254362&amp;postID=115964527646952016&amp;isPopup=true' title='7 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/115964527646952016'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/115964527646952016'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://plyfon.blogspot.com/2006/10/blog-post.html' title='ยิ่งเข้าใกล้ ยิ่งไกลห่าง'/><author><name>keerati</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17568021238578515354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>7</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35254362.post-115961474600924610</id><published>2006-09-30T17:54:00.000+07:00</published><updated>2006-09-30T18:12:26.020+07:00</updated><title type='text'>วันเสาร์กับความว่าง</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;วันเสาร์ที่ต่างไปจากเมื่อหลายเสาร์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;วันนี้เราไม่ได้ออกไปไหนเลย  อยู่แต่ในบ้าน เขียนไรไปตามประสา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;นึกถึงความต่างกันอย่างสุดๆของวันเสาร์ก่อนๆ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เมื่อตอนยังเรียนหนังสือ วันนี้เราจะไปห้องสมุด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;ห้องสมุดที่มหาวิทยาลัยปิด 1 ทุ่ม จะมีเพื่อนๆมานั่งหาหนังสืออ่าน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เราอ่านหนังสือที่นอกเรื่องเสียมาก หลังจากยืมหนังสือใช้ทำรายงานแล้ว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;หมดเวลาเข้าห้องสมุด เราไปกินข้าวที่ร้านหน้าพระลาน ไม่ก็ตรงลานท่าช้าง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เมนูเดิมๆแต่บทสนทนากับเพื่อนทำให้อาหารอร่อยขึ้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แน่นอนว่าเบียร์ถูกสั่งมาบ้าง มันทำให้วันเสาร์ถูกปลดปล่อยได้มากกว่าเดิม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;นั่งดื่ม นั่งกิน แล้วกลับบ้าน  เรานอนหลับสนิท ลืมความฝันไปถึงเช้าวันอาทิตย์ เป็นแบบนี้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;หลังจากนั้นไม่นาน..เรามีนัดกับใครคนหนึ่ง ทุกวันเสาร์ นั่งกินสปาเก็ตตี้ร้านเดิม น้ำชามะนาว และมองแม่น้ำ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;มันสวยงาม และน่าจดจำ  มันคือรัก &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;วันนี้สิ วันที่ใช่ของจริง  วันเสาร์ที่แสนว่าง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เมื่อคืนเราคุยกับแมวถึงเช้า  เรามีความสุข ทั้งที่เราก็รู้ว่ามันนานเกินไปที่จะคุยกัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;พอเรามาถึงวันที่ไม่รู้จักคำว่ามีความสุข  อะไรก็ตามที่เข้ามาในชีวิต&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เรารับไว้หมด...มันไม่มากไปหรอก ถ้าเราจะเติมความว่างด้วยอะไรก็ได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แต่แน่นอนว่า มันน่าจะผสมความรัก และความอบอุ่นไว้บ้าง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35254362-115961474600924610?l=plyfon.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://plyfon.blogspot.com/feeds/115961474600924610/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35254362&amp;postID=115961474600924610&amp;isPopup=true' title='14 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/115961474600924610'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/115961474600924610'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://plyfon.blogspot.com/2006/09/blog-post_115961474600924610.html' title='วันเสาร์กับความว่าง'/><author><name>keerati</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17568021238578515354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>14</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35254362.post-115961302982032928</id><published>2006-09-30T17:41:00.000+07:00</published><updated>2006-09-30T17:46:19.103+07:00</updated><title type='text'>ความรักของปลายฝน</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;เราเกิดมาในฤดูฝน&lt;br /&gt;ยามเย็นที่พี่ชายเราบอกว่าท้องฟ้าสวยมากพี่เป็นคนตั้งชื่อนี้ให้เรา&lt;br /&gt;หลังจากเราเกิดพี่เราให้เราอยู่ให้ได้ด้วยตัวเองเราอยู่มา...เราคิดถึงพี่ชาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พี่ชายเลี้ยงแมว&lt;br /&gt;แมวเหมียวที่ฉันไม่เคยชอบตอนเด็ก&lt;br /&gt;จำได้ มีแมวตัวหนึ่งข่วนแผลลึก ทำเลือดออก..ลิ่มเลือดทำเรากลัว&lt;br /&gt;แต่แมวของวันนี้..ต้องทำฉันรู้สึกเปลี่ยนไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แมวยิ้มสวย แมวเสียงเพราะ และแมวไม่ข่วน&lt;br /&gt;เคยตั้งคำถามว่า ทำไมแมวตัวนี้ไม่ข่วน&lt;br /&gt;ได้คำตอบว่า "รัก"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แมวรักแล้วไม่ข่วน&lt;br /&gt;แมวเคยบอก ชอบบทกลอนของฉัน&lt;br /&gt;มันทำให้ฉันมีความสุข มากขึ้น&lt;br /&gt;ที่เริ่มกดแป้นพิมพ์คำในหัวออกมาเป็นคำ...อย่างน้อยแมวก็สน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อยากให้แมวมีความสุข มากกว่าการกินปลาทู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วเราจะอ่านบทกลอนให้ฟัง..&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35254362-115961302982032928?l=plyfon.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://plyfon.blogspot.com/feeds/115961302982032928/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35254362&amp;postID=115961302982032928&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/115961302982032928'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/115961302982032928'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://plyfon.blogspot.com/2006/09/blog-post_30.html' title='ความรักของปลายฝน'/><author><name>keerati</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17568021238578515354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35254362.post-115954958821035917</id><published>2006-09-29T23:59:00.000+07:00</published><updated>2006-10-01T22:14:58.816+07:00</updated><title type='text'>ปลายฝนของนายเต่า</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;"&gt;ผู้คนบนถนนต่างกรูกันวิ่งหลบฝนที่ตกลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัว ไม่น่าเชื่อเลยว่า เม็ดฝนที่มีขนาดใหญ่กว่าน้ำตาของเด็กน้อยจะก่อตัวลงมาราวกับกระสุนปืน เพียงไม่กี่นาที ถนนเต็มไปด้วยรถยนต์ที่จอดเรียงกัน คนในรถไม่มีใครเปียก พวกเขามีเวลาหันมามองใครอื่นที่กอดยกข้าวของให้พ้นสายฝนราวกับมดย้ายรังนอน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บนถนนตากสินย่านฝั่งธนฯ ขึ้นชื่อว่าเป็นถนนที่มีคนจรมาพักอาศัยเป็นระยะตลอดสาย นายเต่าเป็นหนึ่งในนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายเต่า เป็นชายวัย 40 ปี มีร่างกายไม่สมประกอบนัก เขามี แผ่นหลังโค้งโปนออกมาอย่างคนหลังค่อม เด็กๆที่เรียนหนังสือแถวนั้นเรียกเขาว่า "เต่า"เพราะเขามีหลังคล้ายกระดอง ท่าทางการเดินของนายเต่า ดูผิดแผกไปจากคนอื่นๆ ด้วยช่วงขาที่ยาวไม่เท่ากัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จังหวะก้าวย่างที่กระย่องง่องแง่งของนายเต่า เป็นที่ขบขันของเด็กๆ ถึงแม้ว่านายเต่าจะเป็นคนยิ้มสวย รอยยิ้มที่เผยซี่ฟันเหลือง คราบเขรอะจับหนา ไม่เคยเป็นที่พอใจของคนที่พบ แม้ว่าจะเป็นรอยยิ้มแห่งมิตรภาพ ให้ฟรี แต่น้อยคนนักที่จะไม่แสดงอาการรังเกียจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นายเต่ามาจากไหน” คำถามที่ใครต่อใครอยากรู้ ทุกครั้งที่เห็นนายเต่า ยืนมองรถราที่วิ่งไปมา เป็นเวลานานแล้วที่นายเต่าทำอะไรเดิมๆ ยืนที่ตำแหน่งเดิม เสื้อชุดเดิม กับถุงพลาสติกใบใหญ่ใบเดิม ที่นับวันจะพองใหญ่ขึ้น และค่ำนี้เองที่นายเต่าจะเฉลยเสียทีว่า เขาใส่อะไรไว้ในถุงพลาสติคนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อื้อ...อ้า..อื้อ...อื้อ....อื้ออออ” นายเต่าพูดไม่ได้ ....ภาษาที่แปลไม่ได้ความนั้นมีความหมายสอดคล้องกับภาษากายของเขา เขายื่นถุงพลาสิกที่ขยำเป็นก้อนกลมในถุงพลาสติกใบใหญ่ ออกมา มันมากจนน่าตกใจ คนที่ยืนหลบฝนถอยหลังหนีการกระทำของนายเต่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไอ้เต่า มึงจะทำอะไร เดี๋ยวมึงโดน" นายเบิ้ม มอเตอร์ไซต์รับจ้างเข้าขวางเมื่อเห็นหญิงสาวในชุดนักศึกษาแสดงอาการหวาดวิตก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อื้อ...อ้า..อื้อ...อื้อ..อื้อ..อื้อออออ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไป..ๆๆ พูดเหี้ยไรวะ ไม่รู้เรื่องโว้ย อย่ามาทำพวกเขากลัว ไปเลย มึงไปยืนตากฝนที่เดิมของมึงโน่น อย่ามาวุ่นวายแถวนี้ ไป!”นายเบิ้มตะคอกหนักกว่าเดิม พร้อมกับผลักร่างเปียกโชกของนายเต่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายเต่าล้มลง ถุงพลาสติกกระจัดกระจายไปตามพื้นทางเดิน นายเต่ารีบเก็บใส่ไว้ที่เก่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เขาคงจะแบ่งถุงให้คลุมหัวหล่ะมั้ง นั่นไง ที่หัวของเขาก็มีถุง แต่ใครจะบอกเขาล่ะ ว่าไม่เอา พูดกันคนละภาษาแบบนี้”หญิงขายพวงมาลัยซึ่งเห็นนายเต่ามาตั้งแต่เริ่มขายพวกมาลัยพวงละ 3 บาทจนทุกวันนี้กลายเป็นพวงละ10 บาท พูดขึ้นมาอย่างเห็นใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โธ่ป้า มันจะหลอกเอาเงินล่ะสิ แย่ๆอยู่ในเมืองแบบนี้ มาเจอคนบ้าๆ ประเทศมันถึงไม่เจริญไง ดูมัน ด่าแล้วเสือกหันมามองอีก เดี๋ยวบั๊ด ตบหลังหายค่อมเลยมึง” นายเบิ้มเท้าเอวคุยกับหญิงขายพวงมาลัย ทั้งที่เขาเองเพิ่งออกจากคุกคดีค้ายาบ้า แต่ได้สัญญากับใครต่อใครเป็นมั่นเหมาะแล้วว่าจะกลับตัวเป็นคนดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความเป็นคนดีของนายเบิ้ม คือการแสดงตัวคุ้มครองผู้คนละแวกที่ทำมาหากิน เหมือนเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ของท้องถิ่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังงุ้มของเขาไม่ได้ใช้กันฝน นายเต่าหนาวสะท้านด้วยเวลาที่เก็บถุงที่กระจาย กินเวลานานกว่าการนั่งฟังเพลงเพราะๆให้จบลงใน 1 เพลง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถุงพลาสติกชุ่มน้ำหมดสิ้น นายเต่าสะบัดก่อนใส่ไว้ในถุงพลาสติกใบใหญ่ตามเดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อื้อ...อ้า..อื้อ...อื้อ”“อะไรของมึงอีก กูจะหลบฝนของกูตรงนี้ มึงไปเลยไป ไปยืนไปนอนที่ไหนก็ไป เห็นไหมเนี่ยคนตั้งเยอะแยะ หัดเกรงใจคนอื่นบ้างไอ้เต่า น่ารำคาญ” “เดี๋ยวผมจัดการให้นะครับ” นายเบิ้มดึงเสื้อนายเต่าให้ไปยืนที่อื่น แล้วหอบถุงพลาสติกหนักน้ำฝนให้พ้นไปจากฝูงคนที่รอให้ฝนหยุดตก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฝนหยุดตกนานแล้ว ท้องถนนเงียบเชียบอีกครั้ง นายเต่านอนขดตัวอยู่หน้าร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า หนุนและกอดห่อถุงพลาสติกชุ่มน้ำนั้นอย่างหวงแหน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปลายฝนในเมือง หยดลงยังพื้นที่ไม่สามารถแทรกซึมสู่เบื้องล่างได้ ดินชุ่มยังสัมผัสได้เพียงกลิ่นจางๆของละอองฝน กับเขม่าควันของความรัก ความรักตัวเองที่น้อยครั้งจะหยิบยื่นให้ผู้อื่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นายเต่านอนหนาว ไร้ที่กำบัง และหัวใจของเขาไม่เคยมีกำแพง รอยยิ้มสวยของเขาบัดนี้เป็นเพียงเรื่องเล่าของคนไร้ความหมายที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของถนนเส้นนั้น...ไม่มีใครได้พบนายเต่าอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บ้างว่าเขาถูกจับตัวไปสถานสงเคราะห์ บ้างว่าเขามีญาติมารับไปอยู่ในบ้านหลังใหญ่สักแห่ง บ้างว่าเขานอนหนาวตายและมีคนพาไปส่งโรงพยาบาลแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตำแหน่งเดิมของนายเต่า มีถุงพลาสติกใบใหญ่วางอยู่ ถุงนั้นสีดำและมีกลิ่นเหม็น ที่ถ้าหากรื้อค้นอย่างไรก็คงไม่พบถุงพลาสติกที่อัดแน่นไว้แบ่งปันให้ใช้กันฝนของนายเต่าอีก ปลายฝนของนายเต่าสุดทางเพียงเท่านี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คืนนี้เงียบกว่าทุกคืน ไร้เงาของเมฆฝน นี่คงเข้าหน้าหนาวแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2006-09-28 14:59:37/ปลายฝน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35254362-115954958821035917?l=plyfon.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://plyfon.blogspot.com/feeds/115954958821035917/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35254362&amp;postID=115954958821035917&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/115954958821035917'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35254362/posts/default/115954958821035917'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://plyfon.blogspot.com/2006/09/blog-post.html' title='ปลายฝนของนายเต่า'/><author><name>keerati</name><uri>http://www.blogger.com/profile/17568021238578515354</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
