1554 Better late than never.

บนทางฝัน แน่นอนว่าอุปสรรคจะต้องเวียนเข้ามาทักทาย เม่นน้อยในอ้อมแขนพร้อมสลัดขนแหลมทำร้าย ... ถ้าเลือกจะทำแล้ว อดทนเท่านั้น

Monday, October 02, 2006

ก่อนตะวันลับฟ้า

ก่อนตะวันลับฟ้า เธอมองเห็นอะไร? คำถามที่ดูไม่มีความหมายในสังคมใหญ่ ในเมื่อยามค่ำคืน เราต่างยังมองเห็น มีแสงไฟ ราวกับว่า เมืองแห่งนี้ไม่เคยได้หลับไหลเลยสักราตรี

ลมหายใจของมนุษย์เงินเดือนหลับใหลในบ้านที่ประกอบขึ้นต่างกัน เช้าขึ้นต่างแยกย้ายเข้าอาคารสำนักงาน เป็นเช่นนี้ จวบจนหมดสภาพที่จะเป็นประโยชน์ต่อองค์กร เช่นนี้แล้ว สิ่งที่เราท่านเห็นกันทุกวัน ใช่สิ่งเดียวกันหรือไม่


ใครบางคนเอ่ยว่า แท้จริงคนเราต่างพยายามมองให้เห็นในสิ่งเดียวกัน หรือต่างกันแค่เพียงสองฝ่าย เหมือนคำถามฮอตฮิตในระยะที่การเมืองไทยร้องหาข้าง เพียงเพื่อสร้างความชัดเจนในการปะทะ เพียงเท่านั้น

เมื่อครั้งที่เรียนเพ้นท์ ครูท่านหนึ่งให้วาดรูปตามแนวความคิดตัวเอง เรียก อินดิวิดวลอาร์ท เพื่อนคนหนึ่งนำเสนองานในแนวโมโนโทน เพื่อนคนนั้นบอกว่าต้องการนำเสนอ สีในหัวใจคน คือ มี ขาว-ดำ แต่ในองค์ประกอบศิลป์ของเพื่อน เพื่อนยังปรากฏสีเทา

อาจารย์ร้องถาม ขาวคือความดี และดำคือความชั่ว แล้ว หากขาวเปื้อนสีดำ จะยังเป็นความดีอยู่ไหม

นั่นคือประเด็นของอาจารย์ แต่สิ่งที่ตกตะกอนอยู่ในสมอง ณ เวลานี้ คือ ใครเล่า คือคนดี ใครเล่าคือคนเลว ตราบใดที่ยังมีส่วนผสมอยู่ ยังมีสีเทา

สังคมของเรา มีเพียงสีเทา ที่เชื่อเช่นนั้นเพียงเพราะว่า สังคมของเราไม่สามารถบริสุทธิ์ เช่นแต่ก่อน แต่ก่อนที่มนุษย์จะรู้จักการการค้า มั่นใจเถิดว่า ใครต่อใคร ต่างเป็นสีเทาต่อกัน เราอาจเป็นคนดีของใครบางคน และอาจเป็นคนเลวสำหรับใครอื่น มันสำคัญไหม นี่คือคำถามที่น่าขบคิดว่า สังคมต้องการคนดี และต้องดีเพียงไร หากในหัวใจของเขา มีเชื่อโรคแห่งความละโมบ ตะกอนดำกวนจนน้ำใสขุ่นขึ้น เขาจะยังเป็นคนดีอยู่หรือ

สังคมไม่สามารถเป็นได้ตามปรารถนา ไม่มีวัน...แท้จริงแล้ว จุดยืนที่แท้คือความแปรเปลี่ยน เช่นกันกับคำว่า ปรารถนา ความต่างกันที่แสนพยายามหาจุดตรงกลาง เพื่อช่วยกันสร้างสังคมที่น่าอยู่ มีต้นไม้ไหวพริ้ว และเสียงหัวเราะ เห้นทีจะมีใตตัวหนังสือ ของนักเขียนช่างฝัน

เราต่างลืมตาตื่นขึ้นมาเพื่อพบกับสังคมสีเทา เราแหวกว่ายในถังสีของเมืองขนาดใหญ่ โลกของเราไม่ใช่สีฟ้าอย่างที่ใครเชื่อ โลกเราเป็นสีเทา...ที่กวนสีไม่เข้ากันดีนัก วันนี้เราอาจว่ายไปพบกับผลึกก้อนสีดำ วันนั้นเราอาจลงเอานิยามสังคมว่าเหลวแหลก น่าอัปยศ แต่ถ้าอดทนทนอยู่ไป อาจได้พบสีขาว ที่อาจทำให้เราอภัยกับสิ่งโสมมที่ผ่านมาทั้งหมด

สิ่งนั้นคือความรัก ความรักทำให้โลกเป็นสีขาว ไม่ใช่สีชมพู แล้วจะมองเห็นกันไหมว่า ความรักนี่เองที่ทำให้สังคมน่าอยู่
ความรักอยู่ในสายลม ลมหายใจของคนเราเพียงแต่ หัวใจของคนนี้ต่างกัน ความรักจึงต่างกัน ไม่อยากลงเอยเลยว่า ความรักก็จะกลายเป็นสีเทา เมื่อความละโมบปรารถนาในรัก มีเกินกว่าความหมายดีๆที่แบ่งกันมีความสุข

ก่อนตะวันลับฟ้า หรือก่อนเราปิดม่านดวงตา เรามองเห็นอะไร...มองเห็นความรักในโลกใบเทา ในสังคมที่พึงปรารถนา หรือมองเห็นเพียงมายาของตัวละคร...เราคงต้องใช้ใจช่วยกันดูแล้ว

9 Comments:

Anonymous Anonymous said...

ก่อนอื่นอยากจะบอกว่า
ใจผมมีสองสี
สีแรกคือสีฟ้า เป็นคนชอบสีฟ้าครับ
โดยเฉพาะบ้านสีฟ้า
สีฟ้าเป็นด้านสว่างของเรา เป็นเรื่องของการมองโลกแง่ดี
จะสวมหมวกสีฟ้าไว้เสมอถ้าต้องการจะคิดอย่างสร้างสรรค์

ส่วนอีกสี คือสีส้ม ชอบสีส้ม ไม่รู้ทำไม่เหมือนกัน
ไฟสีส้ม ส้มสีส้ม เสื้อสีส้ม ไอติมสีส้ม บ้านสีส้ม
สีส้มถือว่าเป็นสีที่ร้อนแรงที่สุดสำหรับเรา
มันเป็นเหมือนเสื้อกันไฟเวลาเจอสถานการณ์ที่รุนแรง
เรามักสวมเสื้อสีนี้เพื่อฝ่าเรื่องน่าหวาดกลัวเข้าไป
แฮะๆ โดยเฉพาะในสถานการณ์ใจดีสู่เสือ
สวมใสและลุยทันที

แต่ก็แปลกเมื่อคนเราต้องการให้ตัดสิน
เรากลับใช้สีดำกับขาวเป็นฝั่งตรงข้าม
คิดในใจ ไม่มีให้ว่ะ สีขาวสีดำ
เรามีแต่ส้มกับฟ้า เอาไหม
5555

8:37 PM  
Anonymous Anonymous said...

ทดลอง ทดลอง โหลเทส โหลเทส ..

9:37 PM  
Anonymous Anonymous said...

เข้ามาเยี่ยมแล้วครับ .. -ปลายฝน-

อ่านทั้งหมดแล้วด้วยนะ
ไว้จะเข้ามาละลายสายตา เรื่อยๆ

วันนี้ วันจันทร์(โคตร)เหนื่อย ขอไปพักผ่อนก่อน


เดาซิจ๊ะ ว่า ใคร?

9:41 PM  
Blogger keerati said...

เดาไม่ถูกอ่ะค่ะ

อย่าด่าก็พอ

เราไม่อยากปิดบ้านหนีอีก

9:42 PM  
Blogger keerati said...

คุณอากาศกวี

แท้ที่จริง ทุกสีล้วนมีคู่ตรงข้าม

ได้ค่ะ

อนุโลม 666+


แต่อย่างว่า โลกนี้ มีค่ากลางที่แท้ คือสีเทา


ขอบคุณที่มาเยี่ยมกันนะจ๊ะ

9:46 PM  
Anonymous Anonymous said...

สงสัย โจทย์เยอะ รึไม่ก็ ผู้มุ่งหวังแยะ ...?
ฮ่า ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

จะด่าคนสวย ได้ไงกัน ฮึ?
เพิ่งเปิดบ้านมาได้ไม่กี่วัน จะปิดหนีอีกแล้วเหรอ ?
เรื่องมันจบไปแล้วแล ... ระมัดระวังด้วยล่ะ
เขา อาจเล่นทีเผลออีก ก็ได้ ..


เดาถูกยัง?

9:49 PM  
Blogger keerati said...

เฉลยเหอะนะ


เราไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลย นะ

9:59 PM  
Anonymous Anonymous said...

โอ๋ๆ ขวัญมา กรู๋! ......................

..อิอิ


'คนดี . คนเดิม'

10:03 PM  
Blogger keerati said...

อ่ะ พี่เองหรอ


ขอบคุณนะคะ

10:26 PM  

Post a Comment

<< Home