1554 Better late than never.

บนทางฝัน แน่นอนว่าอุปสรรคจะต้องเวียนเข้ามาทักทาย เม่นน้อยในอ้อมแขนพร้อมสลัดขนแหลมทำร้าย ... ถ้าเลือกจะทำแล้ว อดทนเท่านั้น

Sunday, October 08, 2006

หลังม่านหน้าต่างบานนั้น


วันอาทิตย์ที่สองเดือนตุลาคม มาถึงแล้ว...มาถึงจนได้ ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้รู้สึกแบบนี้อีกครั้ง นั่นคือ "รู้สึกใจหาย"

นานมาแล้วฉันสูญเสียความรัก อย่างกระทันหัน วันนั้นเป็นวันที่เขาบอกให้รู้ว่า "หมดแล้วนะ เวลาของเราสองคน มันจบแล้วนะ ผมไปแล้ว ดูแลตัวเองด้วย อย่านอนดึก กินข้าวด้วย อย่ากินเผ็ด อย่าดื้อกับหมอ"...แค่นี้เอง กับความรัก ความรักครั้งเก่าที่มีเพียงความทรงจำสีซีด มีเพียงเส้นร่างดินสอ เหมือนการเพ้นท์สีน้ำจางๆ ผ่านเวลาสีนั้นกลืนหาย แผ่วเบา เหลือเพียงความรู้สึกเท่านั้น

ฉันซุกตัวเองในห้องนอน ทุกวัน ทุกคืน เป็นเวลานาน ..อ่านหนังสือบนเตียง ฟังเพลง และวาดรูป ในนั้น ในห้องนอนชั้นสองของบ้านที่ไม่มีใครขึ้นมารบกวน ฉันอุ่นใจตัวเองในนั้น ห้องนอนเล็กๆ ที่มีม่านสีเหลือง

ที่ระเบียงของชั้นสอง ฉันจะออกมารับลมเย็นๆบ้าง สำหรับวันอาทิตย์แรกของความคิดถึง วันที่ฉันไม่ได้ไปไหน มันเหงาแบบนี้นี่เอง

ฉันเริ่มเขียนในนามปากกา กีรติ

กับคำว่า "สวัสดี"

มีผู้คนมากมายเดินวนเวียนอยู่ในสังคม
มีผู้คนมากมายผ่านเข้ามาแล้วผ่านเลยไป
ต่างเริ่มต้นและสิ้นสุดตรงนี้
สวัสดีค่ะ

คำทักทายที่แสนเรียบง่าย
แต่เธอรู้ไหมว่าคำทักทายที่แสนเรียบง่ายนี้
เป็นตัวเริ่มต้นของสิ่งต่างๆ
และจะจบลงในอนาคต

เพราะแม้มีการดำเนินอยู่
ก็ใช่ว่าจะหามีจุดสิ้นสุด
ไม่ฉันแสนจะเข้าใจทุกอย่าง
ฉันน่าจะเข้าใจอะไรได้ดี

แต่ฉันนี้เองที่กลับไม่ยอมรับสิ่งใด
กับทุกอย่างที่ควรเป็นไป
เพราะฉัน กลัวคำว่า
สวัสดีค่ะ

โดย : กีรติ [ 15/04/2005 , 00:35:13 ]

กีรติเกิดขึ้นหลังเรื่องเหงาๆ...นานทีเดียว
หลังจากนั้นฉันเขียนมันออกมาทุกอย่างด้วยหัวใจ ด้วยเรื่องจริง ด้วยความรู้สึก และมีเขาอยู่ในนั้นเสมอ...เสมอมา
แต่ก็มีหลายครั้ง ที่ฉันหยุดคิดถึงเขา...คนที่ฉันได้รับทั้งความสุขและน้ำตา...นิทานความรักของฉัน

ฉันอยากเรียกความรักครั้งเก่าว่านิทาน จะได้จบลงที่ว่า "นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า..."

ถึงจะเป็นเรื่องที่เคยเจ็บปวด แต่เชื่ออยู่ว่า มันไม่ร้ายแรงจนทำให้ทุกอย่างต้องดับบอดลงไป

และฉันก็เริ่มได้ยินเสียงแห่งความเงียบ...กับการได้อยู่เพียงลำพัง

มองออกไปนอกหน้าต่าง
มีเพียงความืดมิดที่ปกคลุมไปสุดสายตา
ไม่ว่าจะมองให้ใกล้ หรือไกลเพียงใด
มีเพียงเงาดำๆและเสียงแห่งความเงียบเท่านั้น

น่าแปลกที่คืนนี้ฉันหยุดคิดถึงเธอ
ในมุมที่ฉันเฝ้าหาตลอดมา
และฉันได้พบในมุมอีกมุมหนึ่งที่สำคัญกว่า
นั่นคือตัวตนของฉันที่ซุกซ่อนอยู่ในเงามืดนั้น

จะกล่าวลาเธออย่างไรดี
ให้นุ่มนวลและแผ่วเบาที่สุด เท่าที่จะทำได้
เธอ..คนที่แสนดีของฉัน ที่เคยร้องเพลงเพียงเพื่อบอกกับฉันว่า ไม่รักแต่คิดถึง

มองออกไปนอกหน้าต่าง
มีเพียงความืดมิดที่ปกคลุมไปสุดสายตา
ไม่ว่าช้า หรือว่าเร็ว ปลายทางของเราทั้งสอง
ก็ต้องมาสิ้นสุดที่คำว่า ...ลาก่อน อยู่ดี

--------------------------------------------หลังหน้าต่างบานนั้น ฉันเป็นฉัน กีรติ/ปลายฝน สักวันฉันคงเปิดม่านให้แสงตะวันและแสงจันทร์สัมผัสฉันอย่างที่ควรจะเป็น...แค่แอบมองแบบนี้ คงไม่พอแล้ว

12 Comments:

Anonymous Anonymous said...

หรอครับ
จริงๆแล้วชื่อ กีรติ ผ่านตาและได้อ่านมาบ้างแล้ว
ในเวปบอร์ดใต้ฝุ่น

อืม และก็ดีใจที่ความเหงาก็อ่านได้ด้วย
ตัวหนังสือที่แปรความเหงาได้
เหมือนสูตรคณิตศาสตร์
เมื่อใครบางค้นพิเคราะห์สูตร
คลี่มันออกมา เปลือกที่หนา
ก็ค่อยๆบางลง

การแตกออกผลิบานของตัวหนังสือของปลายฝนหรือกีรติ
ช่วยเยี่ยวยาใครต่อใครได้นะ
อย่างน้อยก็เราคนหนึ่ง
แต่ที่บ้านเรา ดูหนักหนาสาหัสนะ
เพราะอยากอยู่แต่คนเดียว
เลยใช้ชื่อบล็อค Lonely Syndrome
ให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย
มันคือภาวะที่แท้จริงของเรามั่ง
คิดว่าต้องไม่พึง และไม่ขึ้นอยู่กับใคร
ต้องอยู่ด้วยตัวเองอย่างแท้จริงให้ได้
เลยดิ่งเข้าไปควานหาเรื่องราวตัวเอง
ลึกๆใครๆก็คิดว่า
หมอนี่มันอะไรจะเปลี่ยวเดียวดายซะขนาดนั้น
แต่ไม่โหยหานะ
ว่าจะต้องมี แต่มิตรภาพของเพื่อนก็ไม่ห่างหาย
บางครั้งก็ล้นเกินสะด้วยซ้ำ
อยากมีเวลาคิดอยู่กับตัวเองมากกว่า

อืม บ่นมายาวแล้ว
เดี่ยวพรุ่งนี้จะตื่นเช้าในวันหยุดได้
หลังจากพลาดเมื่อเช้ามาทีแล้ว

2:11 AM  
Blogger keerati said...

ดีใจจังที่เข้ามาอ่านก่อนนอน

อ้อยใช้ กีรติมานานแล้ว

เพิ่งมามีปลายฝนตอนสร้างเวบบลอคเนี่ย

พี่ชายตั้งให้นะคะ

ถ้าเจอกีรติ/ปลายฝน ในไต้ฝุ่น

เธอทั้งสองคือคนเดียวกัน


ขอบคุณมากๆค่ะ


ขอให้ตื่นขึ้นมาพบตะวันที่สดใส

ยิ้มทั้งวันเลยนะ

2:18 AM  
Blogger นุ่น said...

โอ โผล่มาอ่านแล้วนะ
นุ่นเองก็มักจะหมกตัวอยู่ในห้องเหมือนกัน
เพียงแต่เป็นห้องสีเขียว-ไม่ใช่ห้องที่มีผ้าม่านสีเหลือง อิอิ

พี่นี่ขยันเขียนงานดีแท้น้อ...ไปละนะ
นอนตุนแรงก่อน
มีงานอีกมากมายที่ลนก้น...ถ้าไม่ได้ทักในเอ็มอย่าโกรธเน้อ ^-^

3:52 AM  
Blogger keerati said...

ขอบใจน้องนุ่นมากๆ

ช่วงนี้พี่ต้องจัดการภาระหลายอย่างเหมือนกัน

ว่าจะเอาเรื่องสั้นที่เขียนไว้ มาแก้คำผิด

ส่งตามสำนักพิมพ์บ้างล่ะ

10:43 AM  
Blogger keerati said...

This comment has been removed by a blog administrator.

10:43 AM  
Blogger nhum said...

น้องอ้อย มาอ่านแล้ว เอ่อ งานสัปดาห์หนังสือมีวันไหนนะ พี่จะไป

8:02 PM  
Blogger nhum said...

This comment has been removed by a blog administrator.

8:02 PM  
Blogger keerati said...

18-29 ตุลาคมค่ะ

แล้วเราพบกันนะคะ

8:40 PM  
Anonymous Anonymous said...

ไม่ได้เเวะมาซะนานเลย
ไว้จะเเวะมาอ่านอีกนะค่ะ

สวัสดีค่ะ ^.^

10:26 PM  
Anonymous Anonymous said...

ไม่ได้เเวะมาซะนานเลย
ไว้จะเเวะมาอ่านอีกนะค่ะ

สวัสดีค่ะ ^.^

10:26 PM  
Anonymous Anonymous said...

เพิ่งรู้นะ ว่าเป็นคนเดียวกัน
เห็นชื่อแว้บๆ อยู่ค่ะ

คนนั้น คนที่ไม่ให้กินเผ็ดน่ะ
ถึงไปไกลแล้ว แต่เขาก็น่ารักนะ
ตกลงเชื่อฟังเขาบ้างหรือเปล่าเนี่ย :)

3:57 AM  
Blogger keerati said...

พี่ขา

สิ่งดีๆ ความรู้สึกดีๆ ไม่เคยลืมเลยค่ะ


เก็บอยู่ในใจเสมอ

6:18 PM  

Post a Comment

<< Home