1554 Better late than never.

บนทางฝัน แน่นอนว่าอุปสรรคจะต้องเวียนเข้ามาทักทาย เม่นน้อยในอ้อมแขนพร้อมสลัดขนแหลมทำร้าย ... ถ้าเลือกจะทำแล้ว อดทนเท่านั้น

Friday, October 13, 2006

ละลายความฝัน

ค่ำคืนที่แสนมืดมิด หัวใจของฉันโหยหาความอบอุ่นจากใครบางคน คนที่เคยเติมความหวังให้ฉัน ใครบางคนที่ปลอบประโลมยามท้อเหนื่อย และราวกับว่าจะสิ้นเรี่ยวแรงจะต่อสู้...ระยะทางบนเส้นทางสายฝัน มันช่างห่างไกลสุดตา เขาบอกกับฉัน "ลูกต้องอดทน"

ในฤดูฝนที่ดูเหมือนจะอยากสั่งฟ้าด้วยการกระหน่ำตกแล้วตกเล่า ทว่ามันไม่ใช่ มันคือมรสุมและความแปรปรวนของอากาศ...ที่เชียงใหม่ อากาศคงไม่สดชื่นนัก พ่อบอกว่าไม่สบายบ้าง แต่ยังทำงานได้อยู่ พ่อมีความหวังและยืนหยัดมาตลอด เท่าที่รู้จักพ่อ 25 ปี พ่อทำงานเรื่อยมา งานศิลปะที่พ่อรัก...ฉันรู้สึกดีทุกครั้งที่รู้ว่าพ่อมีความอดทน อดทนต่ออากาศ สภาพแวดล้อมที่บางวันไม่สู้สบอารมณ์นัก และสุขภาพที่อ่อนแอลง พ่อทำได้ พ่อแสดงให้ฉันรู้ว่าความมุ่งมั่นนั้นจะเกิดผลดีอย่างไรบ้าง

ความสุขอย่างประหลาดของฉันอย่างหนึ่ง นั่นคือ ความอ้างว้าง เวลาที่ฉันมีเพียงตัวเปล่า เดินดุ่มคนเดียวในสวน ฉันมีความสุขในใจลึกๆ ความเป็นอิสระเสรีล้อมรอบกายแต่ว่าหนาวเหน็บมากนะ การที่เราต้องเรียนรู้การอยู่ลำพัง เพียงลำพัง แม้จะเป็นเพียงช่วงระยะเวลาหนึ่ง แม้จะสุขใจอยู่บ้าง ที่ไม่ต้องมีใครมาทำให้ชีวิตต้องบิดเบี้ยวไปตามความปรารถนาของผู้อื่น แท้จริง การมีผู้คนมาขัดจังหวะเล็กๆ ก็ทำให้หัวใจเราฉุกคิดอะไรได้บ้างเช่นกัน นี่หล่ะชีวิต ทั้งความสุขและทุกข์มีข้อต่อรองที่ร้ายกาจเสมอ

มีเพื่อนคนหนึ่ง เขาเล่าให้ฟังถึงความฝันที่จะเป็นศิลปิน (เส้นทางนี้ฉันก็เคยคิดอยากไปนะ) ฟังเขาเล่าเหมือนดูเด็กวาดรูปบนพื้นทราย วาดง่ายเพียงใช้นิ้วขีดเส้นไป-มา บนพื้นทรายชุ่ม...ดวงตาของเขามีประกาย เขายังเรียนไม่จบ เขายังไม่รู้หรอกมั้งว่า ถ้าต้องใช้เงินเพื่อดูแลตัวเอง พ่อ-แม่ และถ้ายังต้องเดินไปสมัครงานตามบริษัทต่างๆนั้น หนทางศิลปินไม่ง่ายเลย ไม่ง่ายเลยเพื่อนเอ๋ย

กว่าที่เขาจะเรียนรู้ถึงบทนี้ เขามีความสุขกับการแต่งเติมความฝันให้สวยงามยิ่งขึ้น เป็นรูปร่างที่ใกล้ความจริงที่สุด ใครจะรู้คลื่นน้ำจะซัดเข้าฝั่งเมื่อใด จะกลืนกินความฝันสักเท่าไร เมื่อเวลานั้นมาถึง เพื่อนคงได้รู้...ฝันที่วาดไว้อาจถูกลบหายไปด้วยบริบทของสิ่งแวดล้อม เหลือไว้ในหัวใจเท่านั้นว่า เราวาดหวังสิ่งใด เราจะไปทิศใด นี่ต่างหากที่สำคัญ

การฟันฝ่าเมื่อขจัดข้อต่อรองของโชคชะตา การยืนยัน และเรียนรู้บททดสอบของชีวิตเป็นการพิสูจน์ตัวตนที่แท้ ว่าเราจริงจังกับสิ่งที่เราคิด ภาพที่เราวาด ภายใต้ความทะยานเต็มกำลังเมื่อครั้งยังเด็ก บัดนี้เราทำได้ไหม ยังคิดจะทำอยู่หรือเปล่า

ในทะเลแห่งความใฝ่ฝัน...ที่นั่น มีผู้คนจมหายทีละคน...บางคนว่ายน้ำข้ามพ้น รอด มีความสุข บางคนไม่อาจว่ายข้ามไปได้...จมจ่อม และเศร้าหม่น ทั้งชีวิตเฝ้าถามชะตาว่าเหตุใด ถึงขีดเขียนให้ชีวิตเป็นแบบนี้

ฉันเอง...เหมือนคนว่ายน้ำไม่เป็น ท่าทางที่กรุยน้ำ ไม่ต่างจากแมลงปีกบางที่ผลัดลงสู่แอ่งน้ำ ปีกเปียกเสียงแล้ว แม้ไม่จม ก็อาจสิ้นใจในที่สุด

ความฝันทิ่มแทงย้ำเรียกฉันทุกวัน ทั้งที่ฉันว่ายน้ำไม่แข็ง ..ฉันอาจจะจม...แต่เสียงของชายคนนั้น "ลูกพ่อ อดทนนะลูก"
ทำให้วันนี้ฉันไม่มีความหวัง..อบอุ่น กับความฝันที่หนทางยาวไกลมากกว่ามาก แต่นี่คือสิ่งเดียว ที่ทำให้ฉันอุ่นใจเมื่อยามคิดถึง

ฉันไม่เคยวาดรูปบนพื้นทราย ฉันไม่อยากมองเห็นสายน้ำซัดลบภาพที่วาดไว้ ให้คละกลั้วไปกับเม็ดทรายเม็ดอื่น...ฉันวาดมันในหัว ไม่มีใครทำลายได้ แต่อาจทำให้ลืมหายได้ เพียงฉันเลิกใส่ใจ...แต่จะมีวันนั้นหรือ..

3 Comments:

Blogger keerati said...

เรือน้อย..

เรือน้อยล่องลอยกลางสายน้ำไหล
ลำเรือทำด้วยไม้ไผ่ และใบทำด้วยใบตอง
คือความเรียบง่าย ล่องไหลไปตามครรลอง
ใบตองตึงยามสายลมต้อง เรือน้อยล่องกลางสายธารา

เรือน้อยล่องลอยกลางทะเลฝัน
ราตรีฟ้าอาบแสงจันทร์ ฟากฝั่งฝันยังไกลสุดตา
เจ้าเรือไม้ไผ่ ล่องไหลไปตามยถา
แล้วแต่ลมและคลื่นจะพา กลางธาราเสียงคลื่น

เสียงกระซิบจากดวงดาว
และลมแผ่วเบา แว่วเสียงสายลมรำพึง
เสียงปลอบประโลม ดังสายน้ำหวานสุดซึ้ง
ฟากฝั่งฝันยังไปไม่ถึง เรือน้อยอย่าพึ่งท้อแท้ทางจร

เรือน้อยล่องลอยไปหนแห่งใด
ขอจงอย่าหวั่นผองภัย จงฝ่าไปอย่าได้อาทร
เส้นทางสู่ฝัน คืนวันมั่นนิรันดร
สายลมรักจะเอื้ออาทร ให้เจ้าจรถึงฟากฝั่งฝัน..




เพลงนี้พี่ชายผู้ล่วงลับ แต่งไว้อย่างน่าสนใจ

2:59 AM  
Anonymous Anonymous said...

อา...ขอบคุณผู้มาก่อน
เพลงที่ท่านนำมา...
ข้าพเจ้าน้ำตาไหล...ฟังแล้วฟังเล่า...เหมือนอยากให้เพลงบรรเลงอยู่ร่ำไป...
ทั้งที่รุ้...
จะอย่างไร..
ไม่อาจยึดยื้อ...ให้ 'คนเขียน' กลับคืนมา...

'เรือน้อยลำหนึ่ง'

9:36 PM  
Anonymous Anonymous said...

ท่าน 'ปลายฝน' เองหรือ ข้าพเจ้าไม่ทันดูบรรทัดบน ขออภัยขอรับ

9:39 PM  

Post a Comment

<< Home